- 01) Executive Talk: Strengthening Educational Environment in Health Science Schools (30 views)
- 02) Learning Environment and Student Outcomes (23 views)
- 03) Two Dimensions and Five Components of Learning Environment (31 views)
- 04) Creating Effective Virtual Learning Environments in Health Sciences Education (25 views)
- 05) Adaptation to Changed Learning Environment (18 views)
- 06) How Effective Is Your Educational Environment, and How to Measure It (26 views)
- 07) Message from Deputy Dean (22 views)
- 08) Students' voice: Students' Perspectives on Educational environment (24 views)
- 09) เชิด-ชู: บทสัมภาษณ์ผู้ได้รับรางวัล “ครูต้นแบบ” ประจำปี 2568 จากสถาบันพระบรมราชชนก (30 views)
- 10) สับ สรรพ ศัพท์: Intentional adaptability, Sociomateriality, Psychological safety, Cognitive load theory (14 views)
- 11) Educational movement: Improving learning environment in thai health science schools (23 views)
- 12) SHEE Sharing: Developing a Conceptual Model of Self-Directed Learning in Virtual Environments for Medical Sciences Students (17 views)
- 13) SHEE Research: Considering the Belmont Report in Medical Education Research (3) Beneficence (20 views)
- 14) Click&Go with Technology: Technologically Enhanced Learning Environment (19 views)
14
Click&Go with Technology: Technology-Enhanced Learning and the Learning Environment
ผู้ช่วยอาจารย์
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (SHEE)
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

Technology-Enhanced Learning: The Misunderstood Promise
คำว่า Technology-Enhanced Learning (TEL) ปรากฏอยู่บ่อยครั้งในแวดวงการศึกษาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมความคาดหวังว่า การเรียนรู้จะดีขึ้นเพียงเพราะมีเทคโนโลยีเข้ามา ด้วยเหตุนี้ TEL จึงมักถูกลดทอนความหมายเหลือเพียงการนำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ในชั้นเรียน ทั้งที่แท้จริงแล้ว TEL ไม่ได้หมายถึงการมีเทคโนโลยีในกระบวนการสอน แต่มันคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อออกแบบและยกระดับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนสามารถคิด มีส่วนร่วม และเติบโตในรูปแบบที่เป็นไปไม่ได้ภายใต้ข้อจำกัดเดิม1-3
การมี Learning Management System การบันทึกวิดีโอบรรยาย การใช้แพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ หรือแม้แต่การใช้ AI ช่วยตอบคำถาม ถูกตีความว่าเป็น TEL ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งที่ในหลายกรณี ผู้เรียนยังคงเรียนในรูปแบบเดิม เพียงเปลี่ยนจากกระดาษเป็นจอ หรือย้ายจากห้องเรียนไปออนไลน์ โดยที่กระบวนการคิด ปฏิสัมพันธ์ การตัดสินใจ และประสบการณ์ของผู้เรียนแทบไม่เปลี่ยน เช่นนี้ก็ไม่มีการเรียนรู้ (learning) ไม่มีอะไรที่ถูกยกระดับ (enhance) โดยเทคโนโลยี และผลลัพธ์จึงมักกลายเป็นห้องเรียนรูปแบบเดิมที่เติมเครื่องมือใหม่ มากกว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมใหม่ที่เปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ ผู้เขียนจึงอยากนำเสนอผ่านบทความนี้ว่า TEL ควรจะเอื้ออำนวยและสร้าง Learning Environment ที่ดีขึ้นได้อย่างไร
Technology is Not the Upgrade — the Learning Environment is
แม้คำว่า Technology-Enhanced Learning จะให้ความรู้สึกถึงความก้าวหน้าโดยตัวมันเอง แต่การมีเทคโนโลยีไม่ได้แปลว่าการเรียนรู้ถูกยกระดับ ปัญหาหลักที่พบในหลายสถาบันไม่ใช่การขาดเทคโนโลยี แต่คือการคาดหวังให้เทคโนโลยียกระดับการเรียนรู้ โดยที่สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ยังคงเดิม
TEL ที่มีความหมายนั้นสามารถเปลี่ยนเงื่อนไขการเรียนรู้ (conditions of learning) เช่น เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนทดลอง คิด วิเคราะห์ และรับ feedback ในรูปแบบที่เดิมทำได้ยากหรือทำไม่ได้ หากสภาพแวดล้อมไม่ถูกปรับ (redesign) พร้อมไปกับเทคโนโลยี สิ่งที่เกิดขึ้นมักเป็นเพียงการย้ายประสบการณ์แบบเดิมไปอยู่บนแพลตฟอร์มใหม่ ผลที่ตามมาจึงไม่ใช่การเรียนรู้ที่ลึกขึ้น แต่เป็นความสะดวกที่มากขึ้นเพียงอย่างเดียว TEL ที่มีคุณค่าเกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยีทำให้เกิดเงื่อนไขการเรียนรู้ใหม่ใน Learning Environment ที่ถูกยกระดับ — not when it merely digitizes existing practices.

What Technology-Enhanced Learning Actually Enables
ผู้เขียนขอยกตัวอย่างเงื่อนไขการเรียนรู้และบรรยากาศการเรียนรู้ที่ถูกยกระดับโดย TEL ดังนี้:
1. การเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคลในวงกว้าง (personalization at scale) ซึ่งระบบดิจิทัลสามารถปรับระดับความท้าทายและเส้นทางการเรียนให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคนได้ ผ่านข้อมูลพฤติกรรมการเรียนและ learning analytics นี่ไม่ใช่แค่การเรียนออนไลน์ แต่คือการเปลี่ยนผู้เรียนจากผู้รับความรู้ ไปเป็นผู้มีเส้นทางการเรียนที่ตอบสนองต่อวิธีคิดและจังหวะของตนเอง
3. ระบบนิเวศการเรียนรู้แบบเครือข่าย (collective intelligence) ที่ผู้เรียนไม่ได้คิดคนเดียว แต่เรียนรู้ร่วมกันผ่านแพลตฟอร์มที่บันทึกร่องรอยการคิด การอภิปราย และการต่อยอดความรู้แบบไม่ถูกจำกัดด้วยเวลาและพื้นที่ ความรู้จึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกส่งต่อ แต่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างร่วมกัน
4. ในมุมผู้สอน TEL สามารถนำมาใช้เพื่อให้ “มองเห็นผู้เรียน” (learner visibility) ซึ่งอาจเป็นจุดที่เดิมเคยถูกมองข้าม เช่น engagement footprint, reasoning pathway, และ interaction patterns ระบบเทคโนโลยีสามารถช่วยผู้สอน ตรวจพบการสะดุดทางการเรียนตั้งแต่เนิ่น ๆ และปรับสภาพแวดล้อมให้ responsive ก่อนที่ผู้เรียนจะถอยห่างหรือล้มเหลว
Use Technology Effectively – PICRAT Matrix

Figure 1 Reproduction of PICRAT matrix4
เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพในเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผู้เขียนอยากนำเสนอ PICRAT Matrix ในการช่วยให้ผู้อ่านทำความเข้าใจว่าเทคโนโลยีกำลังยกระดับการเรียนรู้จริง หรือเพียงเปลี่ยนแปลงรูปแบบการนำเสนอเนื้อหา กรอบคิด PICRAT matrix ที่พัฒนาโดย Kimmons เป็นเครื่องมือเชิงแนวคิดที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง โมเดลนี้มอง Technology-Enhanced Learning ผ่านสองแกนสำคัญ แกนแรกคือ บทบาทของผู้เรียนต่อเทคโนโลยี ตั้งแต่ Passive (P) ผู้เรียนเป็นเพียงผู้รับข้อมูล Interactive (I) ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาไปจนถึง Creative (C) ผู้เรียนใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างองค์ความรู้หรือผลงานของตนเอง ส่วนแกนที่สองคือ บทบาทของเทคโนโลยีต่อการเรียนการสอน ตั้งแต่ Replacement (R) แทนที่วิธีเดิมโดยไม่เปลี่ยนสาระสำคัญ, Amplification (A) เพิ่มประสิทธิภาพหรือความสะดวก ไปจนถึง Transformation (T) ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ไปอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อสองแกนนี้ตัดกัน จะเกิดเป็นพื้นที่การเรียนรู้หลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น การใช้วิดีโอบรรยายแทนการสอนสดอาจอยู่ในโซน Passive–Replacement ซึ่งแม้จะสะดวกขึ้น แต่แทบไม่ยกระดับหรือเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ ในขณะที่การใช้ digital simulation ให้ผู้เรียนทดลองตัดสินใจทางคลินิกซ้ำ ๆ พร้อม feedback อัตโนมัติ อาจขยับไปสู่ Interactive–Transformation หรือ Creative–Transformation ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เทคโนโลยีไม่ได้เพียงสนับสนุนการสอน แต่กำลังสร้าง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่ผู้เรียนคิด วิเคราะห์ และเรียนรู้จากการลงมือทำอย่างแท้จริง


ผู้เขียนหวังว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์และความเข้าใจเรื่อง TEL ตลอดจนความสัมพันธ์ของ TEL และ Learning Environment ไปไม่มากก็น้อย TEL ไม่ได้เป็นบทสรุปของอนาคตการศึกษา แต่เป็นเพียงประตูที่จะนำเราไปสู่สิ่งที่สำคัญกว่า คือสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีเติบโต และเปลี่ยนวิธีการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ ในวันที่เทคโนโลยีก้าวเร็วกว่าเดิม เราจึงไม่ควรถามว่าเรามีเทคโนโลยีอะไร แต่ต้องถามว่า เทคโนโลยีนั้นกำลังสร้างผู้เรียนแบบไหน
References
2. Bayne S. What’s the matter with “technology-enhanced learning”? Learn Media Technol. 2015;40(1):5–20.
3. Goodyear P. Educational design and networked learning: patterns, pattern languages and design practice. Australas J Educ Technol. 2005;21(1):82–101.
4. Kimmons R, Graham CR, West RE. The PICRAT model for technology integration in teacher preparation. Contemp Issues Technol Teach Educ. 2020;20(1):176–198.
ดร.ศุภกิจ บุญเอนกพัฒน์
ผู้ช่วยอาจารย์ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (SHEE)
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
email :







