11) Educational movement: Improving learning environment in thai health science schools

สารบัญ

11

Educational movement: Improving learning environment in thai health science schools

ผศ. ดร. นพ.ยอดยิ่ง แดงประไพ
ภาควิชาสรีรวิทยา 
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
Image

     สวัสดีครับ ผู้อ่านทุกท่าน ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทางศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลที่ให้ผมได้มีโอกาสได้พบกับผู้อ่านทุกท่านในวารสาร ฉบับนี้ที่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ ผมเองมีความสนใจในประเด็นนี้ตั้งแต่เริ่มทำงานในการพัฒนาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตของศิริราชที่เริ่มใช้ในปีการศึกษา 2557 จึงได้ติดตามข่าวสารและผลงานวิจัยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายของประเด็นสภาพแวดล้อมการเรียนรู้นี้เริ่มตั้งแต่นิยามที่มีความหลากหลาย ยังไม่มีนิยามกลางที่เป็นที่ยอมรับร่วมกันในวงการวิชาการ ส่งผลให้การรวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยต่างๆ ที่ระบุว่าเป็นการศึกษาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ อาจมีขอบเขตการศึกษาที่เหลื่อมล้ำกัน การสังเคราะห์ความรู้เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ จึงทำได้อย่างมีข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม ได้มีความพยายามของกลุ่มนักวิชาการในประเด็นนี้ที่จะกำหนดนิยามสากลของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้เป็นมาตรฐาน พวกเราเองในฐานะของครูผู้สอนคงต้องติดตามประเด็นนี้กันอย่างต่อเนื่องครับ

     ผมเองเชื่อมั่นว่ากระบวนการเรียนรู้เป็นกิจกรรมทางสังคมระหว่างมนุษย์ที่กำลังสนใจในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง และทุกคนที่เข้ามาเป็นสิ่งแวดล้อมของกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา อาจารย์ หรือ นักวิชาการศึกษา ก็กำลังเรียนรู้จากกิจกรรมนั้นๆ เช่นกัน หรือ เรียกได้ว่าเราทุกคนต่างเป็น “ผู้เรียน” ในพื้นที่แห่งการเรียนรู้นั้นๆ เราต่างกำลังเรียนรู้เพื่อพัฒนาในบทบาทหน้าที่ของตน และในขณะเดียวกัน เราแต่ละคนก็ต่างส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้อื่นในขณะเดียวกันด้วย ผมเองจึงชื่นชอบนิยามหนึ่งของ สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ที่ให้ความสำคัญกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในทุกบทบาทที่อยู่ในพื้นที่แห่งการเรียนรู้นั้นๆ ผมเองได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า เรามักจะมองสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในมุมของกายภาพและความเสมือนจริง (physical and virtual space) แต่มักจะลืมให้ความสำคัญกับปฏิสัมพันธ์ของผู้คนในสภาพแวดล้อมนั้นๆ โดยเฉพาะการแสดงออกของอาจารย์ที่ผมมองว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ หรือ แทบจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะกำหนดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ นั้นๆ ครับ ถ้ามองง่ายๆ เหตุผลที่ทำให้การเรียนการสอนของอาจารย์สองท่านต่างกัน ทั้งๆ ที่สอนเนื้อหาใกล้เคียงกันในสถานที่เดียวกัน ก็คือการแสดงออกของอาจารย์ท่านนั้นๆ ในระหว่างกิจกรรมการเรียนรู้นั่นเองครับ

Image
     ในวารสารฉบับนี้ ท่านผู้อ่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในหลายมิติ รวมถึงแนวทางประเมินการรับรู้ของผู้เรียนต่อสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ นั้นๆ ผมขอชวนทุกท่านมองประเด็นของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้รอบด้านมากขึ้น ผ่านแนวทางเพิ่มเติมเพื่อช่วยพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพอย่างยั่งยืนครับ จากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นักวิชาการหลายกลุ่มได้เสนอแนวทางเกี่ยวกับการพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ยั่งยืนผ่านปัจจัยสำคัญ 3 ประเด็นต่อไปนี้ครับ

1. ทีมผู้บริหารที่เห็นความสำคัญและมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ

     โรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ผู้บริหารทุกระดับเข้าใจและให้ความสำคัญกับการพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ไปในทางเดียวกัน จะช่วยส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน เริ่มตั้งแต่การกำหนดให้มีนโยบายเรื่อง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ชัดเจนสอดคล้องกับบริบทขององค์กร มีทีมที่ดูแลภาพรวมของ สภาพแวดล้อมการเรียนรู้จากผลการประเมินมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนในพื้นที่การเรียนรู้นั้นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการดูแลสุขภาพของผู้มารับบริการตามบริบทของแต่ละสถาบันที่มีความท้าทายแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม การลงทุนที่สำคัญที่สุด คือ การพัฒนาอาจารย์ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพที่สามารถเป็น พื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ (psychological safe space) ทั้งระหว่างอาจารย์ด้วยกัน ระหว่างอาจารย์กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และ ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา ทั้งนี้ ผู้บริหารของโรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพเองยังสามารถเป็น สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาของสมาชิกทุกคนในองค์กรได้ ผ่านการบริหารสถาบันตามหลักธรรมาภิบาล โดยเฉพาะหลักของความเสมอภาค (equity and inclusiveness) หลักการมีส่วนร่วม (participation) และ หลักความโปร่งใส (transparency) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในสังคมโลกไร้พรมแดนที่ทุกคนล้วนเป็นพลเมืองโลกครับ

Image
Image
2. เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ คือการยกระดับคุณภาพของการดูแลรักษาผู้ป่วยและสุขภาวะของประชาชนในสังคม

     โรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพควรรณรงค์ให้อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา เห็นความสำคัญของการพัฒนา
สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ไปในทิศทางเดียวกันครับ ซึ่งแท้จริงแล้วเป้าหมายก็คือการยกระดับสุขภาพของประชาชนผ่านการให้ความรู้ที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดโรคและการดูแลรักษาที่มีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางนั่นเอง เมื่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ตั้งแต่ อาจารย์ นักศึกษา พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองและของผู้อื่นในพื้นที่การเรียนรู้นั้นๆ จะเป็นการส่งเสริมให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพที่ดีที่สุดออกมาทำให้เกิดการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพต่อผู้ป่วย เมื่อทุกคนในพื้นที่การเรียนรู้เข้าใจว่าการกระทำของตนล้วนส่งผลต่อการรักษาของผู้ป่วยก็จะเห็นความสำคัญของการเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้นั้น ๆ มากขึ้น ผ่านการแสดงออกที่เหมาะสมตามบทบาทในทีมผู้ดูแลรักษารวมทั้งเห็นคุณค่าของการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ที่เป็นสถานที่และสิ่งของให้มีความพร้อมที่จะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลถึงประสบการณ์ที่ดีต่อการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยต่อไปครับ

3. กระบวนการพัฒนา learning environment ที่ตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างต่อเนื่อง

     คุณลักษณะของ
สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสมในการดึงศักยภาพของทุกคนในพื้นที่แห่งการเรียนรู้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามความต้องการของผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของสังคม โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน เช่น ปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนในโรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ สถาบันการศึกษาควรมีแนวทางพัฒนาที่ต่อเนื่องเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพ( physical space) เช่น ห้องเรียน และ สภาพแวดล้อมเสมือนจริง (virtual space) เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เท่านั้น องค์ประกอบสำคัญในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือทรัพยากรมนุษย์ทุกคน ตั้งแต่อาจารย์ นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ โดยการพัฒนาที่สำคัญคือการส่งเสริม การเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์(social and emotional learning) นั่นเอง ถึงแม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปก้าวหน้าเพียงใด ผู้ที่ตัดสินใจใช้ก็ยังเป็นมนุษย์ที่มีอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย ถ้าองค์กรให้ความสำคัญกับทักษะการจัดการด้านอารมณ์และความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง จะพัฒนาให้อาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรเท่าทันต่ออารมณ์ต่างๆ ของตน และแสดงออกต่อผู้อื่นด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน องค์กรนั้นจะได้องค์ประกอบที่เป็นหัวใจของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพเป็นพื้นฐานของความยั่งยืนครับ
Image

     จากประสบการณ์ของผมเองในบทบาทของครูแพทย์ ที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ผมได้เห็นการมาถึงของเทคโนโลยีด้านการศึกษาที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ สภาพแวดล้อมการเรียนรู้มากมาย บางอย่างก็เข้ามาให้เราต้องยอมรับโดยไม่ได้ตั้งตัว เช่น ทักษะการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ซึ่งก็ยังมีการใช้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันและน่าจะเป็นทางเลือกของการจัดการเรียนการสอนต่อไปในอนาคต แต่เทคโนโลยีหลายๆ อย่างก็เข้ามาเพียงชั่วคราว เช่น voter ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบตอบสนองของผู้ชม(audience response system) ซึ่งตอนนี้ได้พัฒนากลายเป็นแอปพลิเคชัน มากมายบนอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ในมือของทุกคน อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะยังคงอยู่ แม้ในวันที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาจัดการ การเรียนรู้เฉพาะบุคคล(personalized learning) ให้กับผู้เรียนแต่ละคนแล้ว นั่นก็คือ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและศิษย์ ที่จะช่วยส่งเสริมกันในมิติทางอารมณ์ที่ยังไม่มีเทคโนโลยีใดๆ ให้ได้ในขณะนี้ ผมขอชวนครูแพทย์ทุกท่านมาช่วยกันเป็นสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ที่ร่มเย็นให้กับลูกศิษย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนในพื้นที่การเรียนรู้ที่อาจารย์ดูแลรับผิดชอบ เพราะทักษะความเป็นครูที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับลูกศิษย์เป็นสิ่งที่ยังไม่มีอะไรมาทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่ากับอาจารย์แต่ละท่านครับ

ผศ. ดร. นพ.ยอดยิ่ง แดงประไพ
อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา 
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 
email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

แนะนำสำหรับคุณ

Citation

ยอดยิ่ง แดงประไพ. Educational movement: Improving learning environment in thai health science schools . SHEE J. 2025;6(4): e250411
URL: https://shee.si.mahidol.ac.th/knowledge/index.php/journals-th/issue4-2025/11-4-2025




ท่านสามารถเก็บคะแนน CPD / CME ได้จากระบบ SHEE Online Course โดยสามารถ Click ที่ปุ่มด้านล่างนี้เพื่อเข้าสู่ระบบ

 

Free Joomla! templates by Engine Templates