06) How Effective Is Your Educational Environment, and How to Measure It

สารบัญ

06

How Effective Is Your Educational Environment, and How to Measure It

อ. ดร.ปาริชาต อภิเดชากุล
อาจารย์ประจำ
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (SHEE) 
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
Image

     การประเมินสภาพแวดล้อมทางการศึกษาถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรับรองคุณภาพการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ เนื่องจากประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียนส่งผลโดยตรงต่อแรงจูงใจ ความพึงพอใจ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้1,2 การวัดสภาพแวดล้อมทางการศึกษาช่วยให้สถาบันนำไปใช้เป็นหลักฐานของการฝึกอบรมที่มีคุณภาพสูงได้ และอาจช่วยระบุเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในภาพรวม การกำหนดคุณภาพของสภาพแวดล้อมทางการศึกษาจึงอาจพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม สถานที่ตั้งของการฝึกอบรม และผลลัพธ์การเรียนรู้ที่กำหนด ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมนั้นกว้างขวางและซับซ้อน ประกอบด้วย ทักษะของครูผู้สอน วิธีการประเมินผล สิ่งอำนวยความสะดวกทางกายภาพ (ห้องเรียน ที่พัก ห้องสมุด) และที่สำคัญยิ่งคือ ปัจจัยทางสังคมและจิตวิทยา (ชีวิตทางสังคม ความรู้สึกของการเป็นเจ้าของ และการสนับสนุนนักศึกษา) 

     ในกระบวนการประเมินสภาพแวดล้อมการศึกษาประกอบด้วย
     1) การวางแผน (planning) ด้วยการกำหนดเหตุผลสำหรับการศึกษา เช่น เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประเมินหลักสูตรหรือไม่ และกำหนดสภาพแวดล้อมที่ต้องการประเมินอย่างชัดเจน เช่น เฉพาะด้านการสอน หรือเฉพาะวัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษาและสิ่งอำนวยความสะดวก ประเมินทรัพยากรที่มีอยู่ การประเมินสามารถเป็นระดับโรงเรียนแพทย์ทั้งหมดหรือกลุ่มย่อยได้
     2) การเก็บรวบรวมข้อมูล (data collection) การเลือกกลุ่มเป้าหมาย เช่น ประชากรนักศึกษาทั้งหมด หรือกลุ่มตัวอย่าง หรือบุคลากรทางคลินิก ตัดสินใจเลือกวิธีการเก็บข้อมูล เช่น การใช้แบบสอบถามหรือแบบสำรวจ (inventory) หรือการสัมภาษณ์เมื่อแรกเข้าและสัมภาษณ์เมื่อจบการศึกษา โดยเครื่องมือที่สร้างขึ้นควรมีความตรง (valid) และความเที่ยง (reliability) และมีการสำรวจนำร่อง
     3) การตีความผล (interpreting the findings) ในการดำเนินการอาจจำกัดภายใต้ความละเอียดอ่อนของเครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล ผลการวิจัยควรถูกรายงานกลับไปยังบุคคลที่เหมาะสม เช่น คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรหรือคณะกรรมการโรงพยาบาล การรับฟังสิ่งที่นักศึกษากำลังพูดถึงและพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานจะให้ข้อบ่งชี้ว่าอะไรคือความต้องการเร่งด่วน โดยสามารถใช้วิธีการได้ทั้งแบบเชิงคุณภาพ (qualitative) และเชิงปริมาณ (quantitative) วิธีการเชิงปริมาณเกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมือหรือแบบสำรวจที่ผ่านการตรวจสอบความตรง วิธีการเชิงคุณภาพเกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์ การอภิปรายกลุ่ม การสังเกต และบันทึกสะท้อนคิด วิธีนี้ช่วยให้สำรวจประสบการณ์การเรียนรู้ในเชิงลึกมากขึ้น พบเครื่องมือหลากหลายที่ใช้ในการวัดสภาพแวดล้อมทางการศึกษา เครื่องมือเฉพาะมักจะเหมาะสมที่สุดสำหรับบริบทที่แตกต่างกัน

Image
Image

          เครื่องมือหลักในการประเมินสภาพแวดล้อมทางการศึกษาเชิงปริมาณ ส่วนใหญ่เป็นแบบสอบถามมาตรฐานที่ใช้มาตรวัดแบบลิเคิร์ท (Likert Scale) เพื่อผู้สอนใช้ประเมินระดับความคิดเห็นหรือการรับรู้ของผู้เรียนในด้านต่างๆ ซึ่งตัวอย่างเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในบริบททางการแพทย์มีดังต่อไปนี้

1. DREEM (Dundee Ready Educational Environment Measure) (50 items)3,4 
     กลุ่มเป้าหมายที่สำรวจคือ นักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพระดับปริญญาตรีและหลังปริญญา เช่น แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ เป็นต้น ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อประเมินภาพรวมของหลักสูตรและระบุจุดที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะในมิติที่ส่งเสริมความเป็นผู้เรียนเชิงรุก ประกอบด้วย 5 มิติหลัก ได้แก่
     1) การรับรู้ต่อรูปแบบการเรียนรู้ (students' perception of learning) วิธีการสอนและรูปแบบการจัดการเรียนรู้
     2) การรับรู้ต่ออาจารย์ผู้สอน (students' perception of teachers) คุณลักษณะ ทักษะ และปฏิสัมพันธ์ของอาจารย์ผู้สอน
     3) การรับรู้ต่อตนเองด้านวิชาการ (students' academic self-perception) ความมั่นใจของผู้เรียนต่อความสามารถทางวิชาการของตนเอง
     4) การรับรู้ต่อบรรยากาศ (students' perception of atmosphere) สภาพแวดล้อมโดยรวมและความรู้สึกสบายใจในการเรียน
     5) การรับรู้ต่อตนเองด้านสังคม (students' social self-perceptions) ชีวิตทางสังคมและความรู้สึกมีความสุขในสภาพแวดล้อมนั้น

     ตัวอย่าง สถานการณ์ผลการสำรวจการรับรู้ตนเองด้านสังคม (social self-perception) ของนักศึกษามีคะแนนต่ำ อาจบ่งชี้ได้ว่านักศึกษารู้สึกว่าการรับรู้ตนเองด้านสังคมไม่ดี  เช่น ขาดการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมชั้น ผู้สอนอาจแก้ไขโดยการจัดตั้งระบบ "Peer Support" อย่างเป็นทางการ หรือจัดสรรพื้นที่/กิจกรรมส่งเสริมความผ่อนคลายและสร้างเครือข่ายทางสังคม เพื่อลดความรู้สึกโดดเดี่ยว ส่วนกรณีที่พบว่าผลการสำรวจการรับรู้ด้านการเรียนรู้ (perception of learning) ได้คะแนนต่ำในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ "การมุ่งเป้าหมาย" (goal orientation) ผู้เรียนรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนรู้ในชั้นเรียนไม่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพแพทย์ในอนาคต กรณีนี้ผู้สอนอาจนำไปปรับปรุงการออกแบบหลักสูตร โดยการเพิ่ม "กรณีศึกษาทางคลินิก (clinical case scenarios)" เข้าไปในการบรรยายภาคทฤษฎี เพื่อให้นักศึกษาเห็นภาพการประยุกต์ใช้ความรู้ในบริบทการทำงานจริง

     ข้อดี

  • เป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับและมีการนำไปใช้ในการวิจัยจากโรงเรียนแพทย์มากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก
  • วัดผลระดับการรับรู้ต่อบรรยากาศการศึกษาได้อย่างครอบคลุมครบทุกมิติ
  • ค่าความเที่ยงสูงโดยเฉพาะแบบสอบถาม DREEM ฉบับภาษาไทยมีความสอดคล้องภายในโดยรวมวัดจากสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.91
  • อาจใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเพื่อค้นหาจุดแข็งและจุดอ่อนของบรรยากาศทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ที่นำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อไป

     ข้อจำกัด

  • ลักษณะคำถามแบบเลือกตอบจำกัดการวิเคราะห์

2. 
Postgraduate Hospital Educational Environment Measure (PHEEM) (40 items)5,6

     กลุ่มเป้าหมายที่สำรวจคือแพทย์ประจำบ้านและแพทย์หลังปริญญาในบริบทของโรงพยาบาล มิติที่วัดเน้นการประเมินสภาพแวดล้อมทางการศึกษาในบริบทของโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและมีการทำงานจริง โดยมักจะเน้นมิติที่สอดคล้องกับแนวคิดของ Moos (1973, 1974) ประกอบด้วยการรับรู้ของผู้เรียนในด้าน
     1) ระดับความเป็นอิสระ (autonomy) การรับรู้เกี่ยวกับระดับความรับผิดชอบที่เหมาะสมในระหว่างการฝึกอบรม ตารางการทำงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนด
     2) คุณภาพการสอน (quality of teaching) การรับรู้เกี่ยวกับคุณภาพการกำกับดูแลทางคลินิกที่ดีความสามารถในการสื่อสารและการสอนของอาจารย์คลินิก การได้รับข้อเสนอแนะ (feedback)
     3) การสนับสนุนทางสังคม (social support) การรับรู้เกี่ยวกับความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม บริการที่พักและอาหารเมื่ออยู่เวร วัฒนธรรมของการไม่ตำหนิ คำแนะนำสำหรับแพทย์ประจำบ้านที่ไม่ผ่านการฝึกอบรม

     ตัวอย่าง ผลการสำรวจการรับรู้ในด้านการสนับสนุนด้านการสอน (perception of teaching) พบว่ามีคะแนนต่ำในเรื่องการให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงานจริง โดยแพทย์ประจำบ้านรู้สึกว่าอาจารย์ตำหนิมากกว่าให้คำแนะนำ อาจแก้ไขโดยจัดการอบรมคณาจารย์ (faculty development) ในเรื่อง "ทักษะการให้ข้อเสนอแนะเชิงบวกและสร้างสรรค์ (constructive feedback)" โดยใช้รูปแบบการให้ feedback ที่เป็นระบบและทำทันทีหลังการปฏิบัติงาน  ในกรณีผลการสำรวจด้าน social support มีคะแนนต่ำ จากการที่เพื่อนร่วมทีมแพทย์ประจำบ้านบางคนมีความสัมพันธ์เชิงแข่งขันสูง ทำให้แพทย์ประจำบ้านรู้สึกว่าไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมรุ่นได้ และต้องแบกรับความเครียดไว้คนเดียว ซึ่งเป็นปัญหาในด้านการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงาน จากผลสำรวจด้าน role autonomy กรณีแพทย์ประจำบ้านพบภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยรายหนึ่ง และรู้สึกได้ว่าการตัดสินใจของตนถูกแก้ไขโดยอาจารย์แพทย์โดยไม่มีการให้คำอธิบายอย่างละเอียดจากอาจารย์ ทำให้รู้สึกว่าแพทย์ประจำบ้านขาดความเป็นเจ้าของในการดูแลผู้ป่วยรายนั้น

     ข้อดี

  • เหมาะสำหรับการประเมินสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ทางคลินิกของแพทย์ประจำบ้านซึ่งมีความเครียดและบทบาทสูง
  • ได้รับการยอมรับและใช้เป็นเครื่องมือในการระบุปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมหลังปริญญา
Image
Image

3.
Ambulatory Care Learning Educational Environment Measure (ACLEEM) (50 items)7,8

     กลุ่มเป้าหมายที่สำรวจคือนักศึกษาหรือผู้ฝึกอบรมในบริบทของการดูแลผู้ป่วยนอก (ambulatory care) หรือคลินิก มิติที่วัด EE ถูกใช้ในสภาพแวดล้อมคลินิก/ผู้ป่วยนอก ซึ่งแตกต่างจากหอผู้ป่วยหรือห้องเรียน โดยเน้นที่การเรียนรู้จากการปฏิบัติงาน (work-based learning) และการกำกับดูแล ประกอบด้วยมิติการรับรู้ของผู้เรียนในด้าน
     1) อาจารย์ผู้สอน (teachers) การรับรู้คุณภาพของอาจารย์ผู้สอนในด้านทักษะ ความทันสมัยของความรู้ คุณวุฒิ และการเป็นแบบอย่างที่ดีในวิชาชีพ
     2) กิจกรรมทางคลินิกและการดูแลผู้ป่วย (clinical activities and patient care) การรับรู้โอกาสในการเรียนรู้ การปฏิบัติงาน และความรู้สึกในการเป็นส่วนหนึ่งของทีมดูแลผู้ป่วย
     3) เวลาที่จัดสรรไว้สำหรับกิจกรรมที่ไม่ใช่ทางคลินิก (protected time) การรับรู้การจัดสรรเวลาเพื่อกิจกรรมที่ไม่ใช่การดูแลผู้ป่วย เช่น การศึกษาด้านสุขภาพ การรักษาสมดุลชีวิต เป็นต้น
     4) โครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) การรับรู้สภาพแวดล้อมทางกายภาพและทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการดูแลผู้ป่วย
     5) ทักษะทางคลินิก (clinical skills) การรับรู้โอกาสในการพัฒนาทักษะทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
     6) การประเมินผลและข้อมูลป้อนกลับ (assessment and feedback) วิธีการประเมินและคุณภาพของการได้รับข้อมูลป้อนกลับ
     7) ข้อมูล การสื่อสาร และเทคโนโลยี (information, communication and technology) การรับรู้การเข้าถึงและโอกาสในการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี 8) การกำกับดูแลทางคลินิก (clinical supervision) การรับรู้คุณภาพและความพอเพียงของการกำกับดูแลทางคลินิก

     
     ตัวอย่าง
สถานการณ์หลักสูตรแพทย์ต้องการประเมินคุณภาพการฝึกอบรมในคลินิกอายุรกรรมผู้ป่วยนอก มีการดำเนินการใช้ ACLEEM เพื่อดูว่านักศึกษาได้รับโอกาสในการจัดการผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อย่างต่อเนื่องหรือไม่ ผลการสำรวจพบว่าคะแนนต่ำในมิติ "กิจกรรมทางคลินิกและการดูแลผู้ป่วย (clinical activities and patient care)" อาจสะท้อนว่านักศึกษามีการใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการสังเกต (observing) มากกว่าการลงมือปฏิบัติ (active participation) หรือไม่มีการให้ข้อเสนอแนะ (feedback) อย่างสม่ำเสมอหลังการตรวจผู้ป่วยแต่ละราย

     ข้อดี

  • เป็นเครื่องมือที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อวัดสภาพแวดล้อมทางการศึกษาในบริบทของการฝึกอบรมแพทย์หลังปริญญาในสถานพยาบาลผู้ป่วยนอก (Ambulatory Settings) โดยเฉพาะ
  • ค่าความเที่ยงสูงโดยมีค่าสัมประสิทธิ์ Cronbach's alpha ที่ 0.94
  • เหมาะสำหรับการใช้ในคลินิกผู้ป่วยนอกซึ่งเป็นช่องว่างที่เครื่องมืออื่นไม่ครอบคลุม

     ข้อจำกัด

  • ไม่สามารถใช้กับสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เช่น ในโรงพยาบาลหรือในห้องเรียน

 

4. Undergraduate Clinical Education Environment Measure (UCEEM) (25 items)9,10 
     กลุ่มเป้าหมายที่สำรวจคือนักศึกษาแพทย์ระดับปริญญาตรีที่กำลังเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมทางคลินิก (clinical environment) มิติที่วัดเน้นการประเมิน EE ในช่วงที่นักศึกษาต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยและทีมงานจริง โดยครอบคลุมการรับรู้ในด้าน
     1) การเรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning) การรับรู้โอกาสในการเรียนรู้จากการทำงานและคุณภาพของการกำกับดูแล (opportunities to learn in and through work and quality of supervision) การรับรู้ความพร้อมของสภาพแวดล้อมทางคลินิกสำหรับการเข้าศึกษาของนักศึกษา (preparedness for student entry)  
     2) การมีส่วนร่วมทางสังคม (social participation) การรับรู้รูปแบบปฏิสัมพันธ์ในสถานที่ทำงานและการมีส่วนร่วมของนักศึกษา (workplace interaction patterns and student inclusion) การรับรู้การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน (equal treatment) โดยไม่คำนึงถึงภูมิหลังทางวัฒนธรรมหรือเพศ

     ตัวอย่าง สถานการณ์หลักสูตรแพทย์ต้องการประเมินคุณภาพของภาควิชากุมารเวชศาสตร์ (Pediatrics) ในการสอนนักศึกษาชั้นคลินิกปีที่ 4 การดำเนินการโดยใช้ UCEEM เพื่อให้นักศึกษาปี 4 ประเมินการกำกับดูแลจากแพทย์ประจำบ้านและอาจารย์ในหอผู้ป่วยกุมารเวชฯ ผลลัพธ์คือคะแนนด้าน "การเรียนรู้จากประสบการณ์" ต่ำ นักศึกษารายงานว่า พวกเขามีส่วนร่วมในการซักประวัติ (history taking) หรือตรวจร่างกาย (physical examination) ผู้ป่วยจริงน้อยเกินไปในสภาพแวดล้อมทางคลินิก

Image

     
     ข้อดี

  • ความเที่ยงแบบสอดคล้องภายใน (internal consistency) UCEEM โดยมีค่า Cronbach's alpha อยู่ในช่วง 0.79–0.91
  • ออกแบบมาเพื่อวัดประสบการณ์ของนักศึกษาที่เข้าไปเรียนในสถานที่ทำงานเป็นครั้งแรกโดยเฉพาะ

     ข้อจำกัด

  • รายการคำถามที่จำกัดที่อาจไม่ครอบคลุมแง่มุมทั้งหมดของการเรียนรู้ทางคลินิก


5.
Operating Room Educational Environment Measure (OREEM) (40 items)11,12

     กลุ่มเป้าหมายที่สำรวจคือนักศึกษาหรือผู้ฝึกอบรมหลังปริญญาในห้องผ่าตัด (operating room –OR) เช่น นักศึกษาแพทย์ นักศึกษาพยาบาลวิสัญญี หรือศัลยแพทย์ฝึกหัด เป็นต้น มิติที่วัด EE ในสภาพแวดล้อมที่มีความเครียดสูง เกี่ยวข้องกับการรับรู้ในด้าน
     1) ผู้ฝึกสอนและการฝึกอบรม (trainer and training) การรับรู้คุณลักษณะของศัลยแพทย์ผู้ฝึกสอน การให้เวลาฝึกทักษะศัลยกรรม การให้ข้อเสนอแนะ (feedback) การอภิปรายเกี่ยวกับบทบาทในการผ่าตัด
     2) โอกาสในการเรียนรู้ (learning opportunities) ประเมินจำนวนและความหลากหลายของหัตถการทางศัลยกรรมที่ผู้รับการฝึกอบรมได้เข้าช่วย ความเหมาะสมในด้านความซับซ้อนของเคสกับระดับการฝึกอบรม โอกาสในการช่วยผ่าตัด
     3) บรรยากาศในห้องผ่าตัดและการกำกับดูแล (atmosphere in the OR) การรับรู้บรรยากาศโดยรวมในห้องผ่าตัด การเป็นส่วนหนึ่งของทีม การรับรู้ถึงการเลือกปฏิบัติทางเพศ (gender discrimination) และเชื้อชาติ (racial discrimination) แรงกดดันจากวิสัญญีแพทย์
     4) การกำกับดูแล ภาระงาน และการสนับสนุน (supervision, workload, and support) การรับรู้ความเพียงพอของการกำกับดูแล (supervision) ภาระงานอื่นๆ ความเหนื่อยล้า ความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้

     ตัวอย่าง สถานการณ์ในภาควิชาศัลยศาสตร์ต้องการประเมินสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สำหรับแพทย์ประจำบ้านปีที่ 1 ในห้องผ่าตัด มีการใช้ OREEM เพื่อให้แพทย์ประจำบ้านประเมิน ผลลัพธ์คือคะแนนต่ำในมิติผู้ฝึกสอนและการฝึกอบรม (trainer and training) บ่งชี้ว่ามีความตึงเครียด (stress) ในห้องผ่าตัดสูงเกินไป โดยแพทย์ประจำบ้านถูกตำหนิอย่างรุนแรงต่อหน้าทีมงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเรียนรู้ 

     ข้อดี

  • ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการประเมินการรับรู้ของแพทย์ประจำบ้านเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางการศึกษาในห้องผ่าตัด
  • ค่าความเที่ยงแบบสอดคล้องภายในสูง Cronbach's alpha สำหรับแบบสำรวจ OREEM ทั้งชุดอยู่ที่ 0.87
  • ช่วยระบุจุดที่ต้องปรับปรุง (identifies areas for improvement) ผลการสำรวจให้มุมมองแบบองค์รวมและช่วยให้โครงการฝึกอบรมทราบว่าควรปรับปรุงจุดใด


     การประเมินสภาพแวดล้อมทางการศึกษาไม่ควรเป็นการสำรวจแค่เพียงครั้งเดียว แต่ต้องมีการสำรวจเป็นวงรอบ (routine investigation of periodical assessment) เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงที่ผู้สอนลงมือปฏิบัติเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนนั้นเกิดผลลัพธ์ที่ดีอย่างยั่งยืน และยังรักษาคุณภาพของสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ในการวัดผลสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยทั้งมุมมองของผู้สอนและมุมมองของผู้เรียน การกำกับติดตามเพื่อประเมินสภาพแวดล้อมการศึกษาอย่างสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญที่แสดงว่าระดับคุณภาพของการเรียนการสอนไม่ลดลง และในสภาพแวดล้อมของโรงเรียนแพทย์สามารถมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อความก้าวหน้าของนักศึกษาในการเป็นแพทย์ รวมทั้งทัศนคติของผู้เรียนต่อวิชาชีพแพทย์ สภาพแวดล้อมทางการศึกษาจึงเป็นหัวใจสำคัญของคุณภาพการศึกษาของแพทย์ เนื่องจากการรับรู้ของนักศึกษาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของพวกเขา ซึ่งมีผลทั้งทางกายภาพ จิตวิทยา และแรงจูงใจ ในฐานะผู้นำทางวิชาการและผู้กำหนดนโยบายหลักสูตร หน้าที่คือควรผลักดัน (foster) และวัดผล (measure) ในเรื่องของสภาพแวดล้อมทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ควรพิจารณาใช้เครื่องมือวัดที่เป็นมาตรฐานสากล เพื่อช่วยวินิจฉัยจุดแข็งและจุดอ่อนของสถาบันได้อย่างแม่นยำ เพื่อนำไปสู่การผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพ มีความสุขในการเรียนรู้ และพร้อมสำหรับการเป็นมืออาชีพที่แท้จริงในอนาคต


References

1. Genn JM. AMEE Medical Education Guide No. 23 (Part 1): Curriculum, environment, climate, quality and change in medical education–a unifying perspective. Medical teacher. 2001 Jan 1;23(4):337-44.

2. Laohapiboolrattana W, Chatdang V, Suntronsawat S, Chuchuen P, Suvarnabhumi K, Choosong T. Assessment of medical students’ perceptions towards educational environment in surgical theaters. Songklanagarind Medical Journal. 2016 Aug 31;34(4):163-71.


3. วรียา วงศ์พานิช, โรจนรินทร์ โกมลหิรัญ. การรับรู้ของนักศึกษาแพทย์ก่อนปริญญาต่อบรรยากาศทางการศึกษา ในรายวิชาวิสัญญีวิทยาโดยใช้แบบสอบถาม Dreem. วารสาร Mahidol R2R e-Journal. ปีที่ 7, ฉบับที่ 2 (ก.ค.-ธ.ค. 2563). 64-78.


4. Roff SU, McAleer S, Harden RM, Al-Qahtani M, Ahmed AU, Deza H, Groenen G, Primparyon P. Development and validation of the Dundee ready education environment measure (DREEM). Medical Teacher. 1997 Jan 1;19(4):295-9.


5. Roff S, McAleer S, Skinner A. Development and validation of an instrument to measure the postgraduate clinical learning and teaching educational environment for hospital-based junior doctors in the UK. Medical Teacher. 2005 Jun 1;27(4):326-31.


6. Alwadi MA, Alosail LA, Alroweilly DA, AlJubair AM, Talakey AA. Evaluating the educational environment among Saudi board dental residents at King Abdulaziz Medical City in Riyadh using PHEEM tool. BMC Medical Education. 2024 Sep 15;24(1):1006.


7. Riquelme A, Padilla O, Herrera C, Olivos T, Roman JA, Sarfatis A, Solís N, Pizarro M, Díaz LA, Torres P, Roff S. Measuring the educational environment in ambulatory settings. Educación Médica. 2015 Apr 1;16(2):131-40.


8. Parvizi MM, Amini M, Dehghani MR, Jafari P, Parvizi Z. Psychometric properties of the Persian version of the ambulatory care learning educational environment measure (ACLEEM) questionnaire, Shiraz, Iran. Advances in Medical Education and Practice. 2016 Sep 29:559-66.


9. Jones A, Hartley J, Jones N. Validity of the UCEEM in use: how does it triangulate with qualitative data in measuring the effect of an educational intervention?. Journal of Medical Education and Curricular Development. 2023 Sep;10:23821205231202335.


10. Strand P, Sjöborg K, Stalmeijer R, Wichmann-Hansen G, Jakobsson U, Edgren G. Development and psychometric evaluation of the undergraduate clinical education environment measure (UCEEM). Medical Teacher. 2013 Dec 1;35(12):1014-26.


11. Kanashiro J, McAleer S, Roff S. Assessing the educational environment in the operating room—a measure of resident perception at one Canadian institution. Surgery. 2006 Feb 1;139(2):150-8.


12. Syed A, Khan M, Shah SN, Rehman SU, Haq NU. Learning in operation theatre; postgraduate trainees’ perspective using OREEM (Operation Theatre Educational Environment Measure) survey. Pakistan Journal of Medicine and Dentistry. 2025 Jan 10;14(1):161-70.)

อ. ดร.ปาริชาต อภิเดชากุล
อาจารย์ประจำ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ 
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

แนะนำสำหรับคุณ

Citation

ปาริชาต อภิเดชากุล. How Effective Is Your Educational Environment, and How to Measure It. SHEE J. 2025;6(4): e250406
URL: https://shee.si.mahidol.ac.th/knowledge/index.php/journals-th/issue4-2025/06-4-2025




ท่านสามารถเก็บคะแนน CPD / CME ได้จากระบบ SHEE Online Course โดยสามารถ Click ที่ปุ่มด้านล่างนี้เพื่อเข้าสู่ระบบ

 

Free Joomla! templates by Engine Templates