08) Students' voice: The Learners' Viewpoints on Standardized Patients

สารบัญ
Go Back

08

Students’ Voice: The Learners' Viewpoints on Standardized Patients

พญ.ชนัยชนม์ สมิทธิลีลา  
แพทย์ใช้ทุน
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (SHEE) 
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
Image
          ใน SHEE Journal ฉบับนี้ ท่านผู้อ่านคงได้ทราบถึงการเรียนการสอนกับผู้ป่วยมาตรฐานในแง่มุมต่าง ๆ ผ่านบทความของอาจารย์แพทย์หลากหลายท่านแล้ว อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นของผู้เรียนก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้สอนได้รับรู้มุมมองที่แตกต่างออกไป และทำให้สามารถเข้าใจภาพรวมการจัดการเรียนการสอนได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ผู้จัดทำจึงขอนำเสนอความคิดเห็นของผู้เรียน ทั้งจากนักศึกษาแพทย์ และนักศึกษาพยาบาล รวมทั้งพยาบาลวิชาชีพ เพื่อสะท้อนภาพจริงของการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน โดยผู้จัดทำได้สัมภาษณ์ผ่านประเด็นคำถามดังนี้
1. ผู้ป่วยมาตรฐานคืออะไร ในความคิดของท่าน และแตกต่างจากผู้ป่วยจำลองหรือไม่ อย่างไร


          เมื่อพูดถึงผู้ป่วยมาตรฐาน มีทั้งผู้ให้สัมภาษณ์ที่เคยได้ยินและไม่เคยได้ยินคำนี้ หลายท่านเข้าใจว่าผู้ป่วยจำลองและผู้ป่วยมาตรฐานเป็นคำที่สามารถใช้แทนกันได้ บ้างคิดว่าเป็นผู้ป่วยที่มารับการบริการจริง บ้างคาดว่าเป็นนักแสดงที่ได้รับการว่าจ้างมาเพื่อเล่นบทบาทผู้ป่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้ ในสถานการณ์ทั้งการเรียนและการสอบ เช่น การสอนซักประวัติหรือตรวจร่างกาย การสอบ OSCE ฯลฯ ผู้ป่วยมาตรฐานอาจเป็นบุคคลทั่วไป เจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษา หรือรุ่นน้องนักศึกษาที่ได้รับการไหว้วานมาเล่นบทบาทผู้ป่วย โดยส่วนใหญ่น่าจะไม่มีความรู้ทางการแพทย์มาก่อน เพียงแต่แสดงไปตามบทบาทที่อาจารย์ผู้คุมสอบบอกไว้ล่วงหน้า เช่น ต้องกดบริเวณไหนแล้วแสดงอาการเจ็บ

          ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนน้อยทราบว่าผู้ป่วยมาตรฐานคือผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นด้านการแสดงบทบาท การแสดงอาการทางกาย หรือความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการแพทย์ เพื่อเป็นตัวแทนเคสผู้ป่วยที่นักศึกษาจะได้เจอในชีวิตจริง โดยสามารถแสดงออกอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ แสดงได้คุณภาพที่คงที่ตลอดการเรียนหรือการสอบหนึ่ง ๆ และไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้เรียนหรือผู้สอบ

Image
2. ท่านเคยมีประสบการณ์การเรียนหรือสอบโดยใช้ผู้ป่วยมาตรฐานหรือไม่ มีอะไรบ้าง

         
          ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนมากได้มีโอกาสเจอกับผู้ป่วยมาตรฐานในการสอบ แต่ในการจัดการเรียนการสอน มีทั้งท่านที่ได้เรียนกับผู้ป่วยมาตรฐานมาบ้าง และท่านที่ไม่เคยเลย สำหรับท่านที่เคยได้เรียนกับผู้ป่วยมาตรฐานเป็นบางครั้ง จะได้เรียนในกรณีที่เป็นการสอนทักษะในเคสที่ไม่สามารถพบเจอได้บ่อย ใช้เวลานาน หรือมีโอกาสทำผิดพลาดแล้วเกิดผลกระทบรุนแรง เช่น การแจ้งข่าวร้าย (breaking bad news) การสัมภาษณ์ผู้ป่วยจิตเวชที่มาด้วยอาการปานกลางหรือรุนแรง แต่หากเป็นเคสที่พบเจอได้ง่าย ไม่มีความเสี่ยงทั้งต่อตัวนักศึกษาและผู้ป่วย อาจารย์มักให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้ป่วยจริง บางสถาบันมีการใช้ผู้ป่วยมาตรฐานในการสอนในชั้นปีแรก ๆ ที่นักศึกษายังไม่ได้ขึ้นปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วย โดยมากเป็นการสอนซักประวัติหรือตรวจร่างกาย แต่เมื่อขึ้นชั้นปีที่สูงขึ้น ก็จะมีโอกาสได้เรียนกับผู้ป่วยมาตรฐานน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากได้พบผู้ป่วยจริงมากขึ้น

          ในหลายสถาบัน ยังคงเป็นการเรียนหรือสอบกับผู้ป่วยจำลองซึ่งไม่ได้ผ่านการฝึกฝนมาก่อน ทำให้มีการแสดงออกที่แตกต่างกันไป ผู้ป่วยจำลองบางท่าน ถูกทาบทามให้แสดงบทบาทเดิมมาหลายปี หรือเคยป่วยด้วยโรคนั้น ๆ จริงมาก่อน ก็สามารถเล่นบทบาทได้สมจริง และเข้าใจประเด็นที่ต้องเน้นย้ำในการสอนบทเรียนนั้น ๆ แต่ในหลายครั้ง ผู้ป่วยจำลองไม่เคยเล่นบทบาทมาก่อน หรือไม่มีความเข้าใจในประเด็นที่อาจารย์ต้องการจะสอน ก็จะแสดงออกได้แข็งทื่อบ้าง ไม่ถูกต้องบ้าง ให้ความรู้สึกเหมือนเพียงได้ถามมาและตอบไป ไม่เหมือนกับการถามผู้ป่วยจริง ทำให้ไม่ได้ฝึกฝนการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย การสังเกตอวจนภาษา การสบตาและปรับน้ำเสียง การรับมืออารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง และทักษะทางอารมณ์และสังคม (soft skills) อื่น ๆ เป็นต้น

          ผู้ให้สัมภาษณ์บางราย มีโอกาสได้เรียนรู้จากผู้ป่วยจำลองซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ใช่อาจารย์ แต่สามารถให้การป้อนกลับ (feedback) ในสิ่งที่นักศึกษาลงมือทำได้ เป็นประสบการณ์ที่นักศึกษาประทับใจ เนื่องจากได้ทราบมุมมองที่เสมือนกับว่ามาจากผู้ป่วยที่ได้ดูแล และทราบเทคนิคส่วนบุคคลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้มีผู้สัมภาษณ์หลายท่านได้แบ่งปันประสบการณ์การได้เรียนรู้กับผู้ป่วยมาตรฐานที่มีทักษะการแสดงเป็นอย่างดี ผู้สัมภาษณ์เห็นตรงกันว่าเป็นการฝึกฝนเพื่อลดความประหม่า ความกังวล ก่อนที่จะได้พบกับผู้ป่วยจริงในเวลาต่อไป

“สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ คือ ปัจจัยอื่นๆ ทั้งทางกายและจิตใจ นอกเหนือจากเนื้อหาที่ส่งผลต่อนักเรียนในการเรียนรู้ มีผลต่อการเรียนรู้โดยหากสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้เหมาะสมกับการเรียนจะส่งผลให้การเรียนเป็นไปอยากราบรื่น แต่นอกหากสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ไม่เหมาะสม เช่น อาจารย์เข้มงวดมาก ห้องเรียนหนาวหรือร้อนเกินไป จะทำให้การเรียนรู้ถูกรบกวน และเสียสมาธิ ทำให้การเรียนรู้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร”
"เคยได้เรียนกับผู้ป่วยจำลองซึ่งเป็นพี่พยาบาลวิชาชีพ feedback ที่ได้รับนั้นมีแง่มุมที่แตกต่างจากอาจารย์ เพราะได้เคล็ดลับนอกตำราที่มาจากประสบการณ์จริงซึ่งต่างกันไปในแต่ละบุคคล" 

จักรพันธ์ ใสแจ่ม นักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 2
คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
"ทั้งการเรียนและการสอบกับผู้ป่วยมาตรฐานจะช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกรับมือกับความเครียด ความกังวลเมื่อต้องเจอผู้ป่วยได้ในระยะเวลาอันสั้น"

ศศิกานต์ ทัศนแสงสูรย์

นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยรังสิต
3. ท่านคิดว่าการใช้ผู้ป่วยมาตรฐานประกอบการสอน มีความสำคัญอย่างไรในโรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ มีข้อได้เปรียบและข้อด้อยเมื่อเทียบกับการสอนรูปแบบอื่นอย่างไร


          ผู้ให้สัมภาษณ์เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การใช้ผู้ป่วยมาตรฐานจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเรียนการสอน โดยเมื่อเทียบกับการเรียนการสอนรูปแบบดั้งเดิม หรือการสอนด้วยเลคเชอร์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ให้ได้ฝึกปฏิบัติ เป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้นักศึกษาทำพลาดได้ ในส่วนของการสอนโดยใช้หุ่นจำลองเพียงอย่างเดียว แม้ว่าจะทำให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติจริง ลองลงมือทำ และบางสถาบันจะมีหุ่นที่สามารถแสดงการตอบสนองเบื้องต้นอย่างการขยับตัวได้บ้าง กะพริบตาได้ ส่งเสียงเจ็บได้ แต่การสอนนั้นก็ไม่สามารถทดแทนการลองตรวจกับมนุษย์จริงได้ ทั้งในแง่ของการฝึกสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยซึ่งมีลักษณะนิสัย ความต้องการที่แตกต่างกัน และในแง่ของการให้คำแนะนำหรือการป้อนกลับเกี่ยวกับตัวนักศึกษาเอง ว่าซักประวัติได้ดีหรือไม่ สิ่งที่นักศึกษาอธิบายทำให้ผู้ป่วยมาตรฐานเข้าใจอย่างไร หรือ ตำแหน่งที่ตรวจร่างกายเหมาะสมเพียงใด กดเจ็บเกินไปหรือไม่ เป็นต้น

          ผู้ให้สัมภาษณ์บางท่านมองว่า แม้ว่าจะให้เพื่อนนักศึกษาหรืออาจารย์ช่วยเล่นบทบาทสมมติในการสอน ก็ยังจำกัดบทบาทที่สามารถฝึกฝนได้ เมื่อเป็นเพื่อนกัน ทำให้สามารถตอบเพื่อชี้นำ เกิดอคติ (bias) ทั้งในผู้ที่รับบทบาทเป็นแพทย์และผู้ป่วย จะทำให้ไม่สมบทบาทและไม่เป็นมาตรฐาน การเรียนไม่จริงจังเพราะเห็นว่าผู้ป่วยจำลองเป็นเพื่อน แต่เมื่อเป็นอาจารย์ นักศึกษาเองก็รู้สึกเกร็งหรือกดดัน ทำให้ไม่สามารถแสดงออกถึงทักษะที่มีได้เต็มที่ เพราะพะวงกับการที่มีอาจารย์เป็นคู่สนทนา การมีผู้ป่วยมาตรฐานจะทำให้นักศึกษามีสมาธิมากกว่า และสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งตัวอาจารย์เองสามารถตั้งใจกับการสังเกตนักศึกษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะไม่ต้องห่วงการโต้ตอบบทพูดกับนักศึกษา

          อย่างไรก็ตาม ผู้ให้สัมภาษณ์บางท่านได้ชี้ประเด็นซึ่งต้องพิจารณาในการนำผู้ป่วยมาตรฐานมาใช้ เนื่องจากการเรียนการสอนกับผู้ป่วยมาตรฐานถือว่าเป็นสิ่งที่ใหม่สำหรับหลายสถาบัน หรือถึงแม้มีอยู่แล้วก็อาจต้องการการจัดระเบียบและพัฒนา รวมทั้งการออกแบบระบบในการใช้ผู้ป่วยมาตรฐานในระยะยาวและภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากประเด็นเหล่านี้ เพราะฉะนั้นคงจะมีแรงต้านในการผลักดันรูปแบบการสอนที่แตกต่างจากเดิมอยู่บ้าง การเปลี่ยนแปลงจึงต้องดำเนินแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์มาสนับสนุน พร้อมกับเริ่มด้วยการเรียนการสอนรูปแบบที่จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์อย่างชัดเจน เพื่อให้เห็นประโยชน์ของผู้ป่วยมาตรฐานได้ดียิ่งขึ้น และต้องสร้างความสมดุลระหว่างประโยชน์ที่นักศึกษาและอาจารย์ได้รับ กับค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าด้วย

"เคยได้มีโอกาสเรียนซักประวัติจิตเวชกับผู้ป่วยจำลองซึ่งเป็นนักเรียนการแสดง การเรียนนั้นสมจริงมากจนรู้สึกประหม่า กลัวว่าจะพูดอะไรผิด แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้การสังเกตและพูดคุยกับผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งรู้สึกว่าเป็นประโยชน์มาก" 

บวรลักษณ์ พิริยดุลวัฒน์
พยาบาลวิชาชีพ
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

"เราได้อะไรจากการเรียนกับผู้ป่วยมาตรฐานเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการ feedback (ป้อนกลับ) และความสมจริงในการเรียนแม้เป็นสถานการณ์จำลอง โดยไม่ต้องเสียสมาธิกับรายละเอียดที่อาจถูกสมมติขึ้นแต่ขัดแย้งกับความเป็นจริง"

วิชาดา นรสิงห์
นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

"การเรียนแบบไม่มีผู้ป่วยมาตรฐานจะทำให้นึกภาพผู้ป่วยจริงไม่ออก ผู้ป่วยโรคเดียวกันสามารถมาด้วยอาการที่แตกต่างกันได้ แม้จะวินิจฉัยสุดท้ายเหมือนกัน แต่วิธีได้มาซึ่งคำตอบมีหลากหลาย เป็นสิ่งที่ไม่สามารถฝึกได้ด้วยการเรียนเลคเชอร์"

กิตติณัฐ บัญชาจารุรัตน์
นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

4. ในความเห็นของท่าน มีความจำเป็นในการใช้ผู้ป่วยมาตรฐานในการสอบหรือไม่ เพราะอะไร

          ผู้สัมภาษณ์แต่ละท่านมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไปในประเด็นข้างต้น บางท่านมองว่าการมีผู้ป่วยมาตรฐานไม่ใช่สิ่งจำเป็นในการสอบ ในด้านการซักประวัติ การสอบมีวัตถุประสงค์หลักคือ ทดสอบการวินิจฉัยและวินิจฉัยแยกโรคจากข้อมูลที่ได้มา การแสดงออกของผู้ป่วยหรือวิธีการได้มาซึ่งข้อมูลจึงเป็นประเด็นที่สำคัญรองลงมา ในขณะที่ผู้ให้สัมภาษณ์ท่านอื่นมองว่า การซักประวัติมีข้อมูลที่ได้รับมากกว่าสิ่งที่ผู้ป่วยตอบออกมา เช่น รูปร่างหน้าตา ท่าทาง สายตา อวัจนภาษา ซึ่งต้องอาศัยการสังเกตร่วมด้วย เพราะมนุษย์จริงมีมิติมากกว่าข้อมูลบนหน้ากระดาษ อีกทั้งการแสดงออกที่ไม่สมจริง ยังทำให้ผู้สอบเสียสมาธิหรือได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง การมีผู้ป่วยมาตรฐานจึงถือเป็นการรักษาไว้ซึ่งประโยชน์ของผู้เข้าสอบและมาตรฐานการสอบ

          ในส่วนของการตรวจร่างกาย ผู้ให้สัมภาษณ์ก็มีความคิดเห็นที่หลากหลายเช่นกัน ในหลายกรณี ผู้ให้สัมภาษณ์มองว่าผู้ป่วยมาตรฐานอาจไม่จำเป็นต่อการสอบตรวจร่างกาย เช่นการสอบการตรวจเต้านม เพราะเป็นส่วนของร่างกายที่อ่อนไหว และการสอบก็เน้นที่ขั้นตอนการตรวจหรือตำแหน่งที่ตรวจ การมีผู้ป่วยมาตรฐานไม่ได้ทำให้การสอบมีคุณภาพที่แตกต่างออกไปจากการใช้หุ่นจำลอง การใช้หุ่นจำลองทำให้มั่นใจได้ว่าข้อสอบเป็นมาตรฐาน ต่างจากการใช้ผู้ป่วยจำลองซึ่งอาจมีลักษณะทางกายภาพหรือการแสดงออกที่แตกต่างกัน ในอีกแง่มุมหนึ่ง ผู้ให้สัมภาษณ์บางท่านมองว่า การมีผู้ป่วยมาตรฐานในการสอบยังมีประโยชน์ เพราะทุกขั้นตอนที่บุคลากรทางการแพทย์มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย ควรคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ด้วย อารมณ์ความรู้สึกของผู้ป่วยยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใส่ใจ เช่นการสังเกตผู้ป่วยเมื่อกดตรวจท้อง ว่าสีหน้าเปลี่ยนไปหรือไม่ และยังมีการแสดงอาการบางอย่างที่ไม่สามารถใช้หุ่นจำลองได้ เช่น ท่าทางการเดินของผู้ป่วยที่เส้นเลือดในสมองตีบ (stroke)
"ผู้ป่วยมาตรฐานเป็นเหมือนกับข้อสอบที่มีความเป็นมนุษย์ เพราะนอกจากจะทดสอบความสามารถในด้านวิชาการแล้ว ยังได้ประเมินการปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน"

จุฬาพิชญ์ สนั่นพานิชกุล

นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 5
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
5. สิ่งที่อยากให้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ในการเรียนการสอนโดยใช้ผู้ป่วยมาตรฐานประกอบการสอนในปัจจุบัน


          เมื่อได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของการใช้ผู้ป่วยมาตรฐานสำหรับการเรียนการสอนในแต่ละสถาบัน ผู้ให้สัมภาษณ์เห็นพ้องต้องกันว่าอยากให้มีการสอนโดยใช้ผู้ป่วยมาตรฐาน สำหรับบางสถาบันที่ยังคงเป็นผู้ป่วยจำลอง ก็อยากให้มีการผลักดันให้สร้างระบบพัฒนาผู้ป่วยจำลองให้เป็นผู้ป่วยมาตรฐานต่อไป เพราะในบางครั้ง เมื่อผู้ป่วยจำลองแสดงได้ไม่สมจริงหรือไม่ถูกต้อง ก็จะทำให้ประโยชน์จากการเรียนการสอนครั้งนั้น ๆ ลดลงไปด้วย นอกจากบทบาทการแสดงเป็นผู้ป่วยแล้ว ผู้ให้สัมภาษณ์หลายท่านอยากได้รับการป้อนกลับ (feedback) จากผู้ป่วยมาตรฐานด้วย โดยเฉพาะในด้านทักษะอารมณ์และสังคม (soft skills) เนื่องจากผู้ป่วยมาตรฐานซึ่งเป็นคู่สนทนาอาจมีมุมมองเพิ่มเติมจากอาจารย์ผู้สังเกตการณ์ ที่จะเน้นประเมินองค์ความรู้ การตรวจร่างกาย และทักษะการทำหัตถการเป็นหลัก หรือหากผู้ป่วยจำลองมีความรู้ทางการแพทย์ ก็จะทำให้ได้รับการป้อนกลับ (feedback) ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นอีก

          ผู้ให้สัมภาษณ์บางท่านเสนอให้เพิ่มการเรียนการสอนกับผู้ป่วยมาตรฐาน เพื่อฝึกรับมือเคสที่หลากหลายมากขึ้น ปัจจุบันแม้ว่าจะมีการเรียนโดยใช้ผู้ป่วยมาตรฐานแล้ว ก็ยังมีไม่มากนัก ส่วนหนึ่งอาจเพราะหลายสถาบันยังไม่มีคลังผู้ป่วยมาตรฐานที่ชัดเจน หรือมีจำนวนผู้ป่วยมาตรฐานที่จำกัด ทำให้จัดการสอนได้เฉพาะตัวอย่างเคสที่อาจารย์เห็นว่ามีความจำเป็นมากที่สุดก่อน แต่เมื่อมีการพัฒนาระบบผู้ป่วยมาตรฐานแล้ว ผู้ให้สัมภาษณ์คาดหวังที่จะได้เห็นการฝึกกับผู้ป่วยมาตรฐานมากขึ้น เช่น การรับมือผู้ป่วยสับสนวุ่นวาย หรือการรับมือผู้ป่วยที่มีปฏิกิริยาที่นึกไม่ถึง ซึ่งในฐานะผู้เรียนไม่เคยฝึกมาก่อน เมื่อไปเจอผู้ป่วยจริง ก็รู้สึกตกใจและไม่รู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

          อีกประเด็นหนึ่งที่ผู้ให้สัมภาษณ์ได้เสนอคือ การตรวจสอบความพร้อมของบุคลากรและสถาบันต่อการจัดการเรียนหรือการสอบโดยใช้ผู้ป่วยมาตรฐาน เนื่องจากการใช้ผู้ป่วยมาตรฐานเป็นเรื่องใหม่ในหลายสถาบัน บุคลากรจำนวนหนึ่งจึงยังไม่รู้จักผู้ป่วยมาตรฐานหรือไม่เข้าใจว่าการใช้ผู้ป่วยมาตรฐานสำคัญอย่างไร และมีข้อดีเหนือไปกว่าผู้ป่วยจำลองอย่างไร อีกประการหนึ่งคือการสร้างระบบผู้ป่วยมาตรฐาน จะต้องมีผู้ที่คอยดูแลระบบนั้น เช่นการรับสมัคร การฝึกสอน และการประเมินผล ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าที่บางท่านคาดเดา จึงอยากให้ทางสถาบันสนับสนุน ทั้งในการสร้างความเข้าใจในการใช้ผู้ป่วยมาตรฐาน การจัดเตรียมทรัพยากรที่จำเป็นทั้งบุคลากรและเงินทุน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่จะเอื้อต่อการสร้างระบบผู้ป่วยมาตรฐานอันจะคงอยู่ได้ในระยะยาว

"การเริ่มใช้ผู้ป่วยมาตรฐานมีข้อดี แต่เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายสถาบัน คงต้องเริ่มจากการเรียนการสอนบางหัวข้อก่อน โดยเฉพาะที่จะแสดง outcome (ผลลัพธ์) และข้อได้เปรียบของการใช้ผู้ป่วยมาตรฐานอย่างชัดเจน"

ธัชธรรม เกียรติปฐมชัย
นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
"การได้รับคำแนะนำจากทั้งอาจารย์และผู้ป่วยมาตรฐานจะเป็นประโยชน์ เนื่องจากได้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างกันระหว่างผู้ป่วยซึ่งเป็นคู่สนทนา และอาจารย์แพทย์ซึ่งเป็นผู้สังเกตการณ์และประเมินในแง่วิชาการ"

ธัญธิตา วุฒิธนชัย
นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล


ขอขอบคุณผู้ให้สัมภาษณ์

1. จักรพันธ์ ใสแจ่ม นักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 2 คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
2. วิชาดา นรสิงห์ นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
3. กิตติณัฐ บัญชาจารุรัตน์ นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
4. ธัญธิตา วุฒิธนชัย นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
5. ศศิกานต์ ทัศนแสงสูรย์ นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
6. ธัชธรรม เกียรติปฐมชัย นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
7. จุฬาพิชญ์ สนั่นพานิชกุล นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 5 คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
8. บวรลักษณ์ พิริยดุลวัฒน์ พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

พญ.ชนัยชนม์ สมิทธิลีลา
แพทย์ใช้ทุน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ 
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

แนะนำสำหรับคุณ

Citation

ชนัยชนม์ สมิทธิลีลา. Students' voice: The Learners' Viewpoints on Standardized Patients. SHEE J. 2026;7(1): e260108
URL: https://shee.si.mahidol.ac.th/knowledge/index.php/journals-th/issue1-2026/08-1-2026




ท่านสามารถเก็บคะแนน CPD / CME ได้จากระบบ SHEE Online Course โดยสามารถ Click ที่ปุ่มด้านล่างนี้เพื่อเข้าสู่ระบบ

 

Free Joomla! templates by Engine Templates