- 01) Executive Talk: Enhancing health science education with Standardized Patients (SPs) (8 views)
- 02)ผู้ป่วยมาตรฐานกับการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Standardized Patients and health science education) (5 views)
- 03) Learning theories and the uses of Standardized Patients in Medical Schools (3 views)
- 04) การออกแบบสถานการณ์ผู้ป่วยมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ: แนวทางเชิงปฏิบัติผ่าน 7 องค์ประกอบ (2 views)
- 05) Assessment with Standardized Patients (3 views)
- 06) Standardized Patients Quality Improvement Project จากผู้ป่วยจำลองสู่ผู้ป่วยมาตรฐาน (1 views)
- 07) Message from Deputy Dean (2 views)
- 08) Students' voice: The Learners' Viewpoints on Standardized Patients (11 views)
- 09) เชิด-ชู: ผู้ได้รับรางวัลอายุรแพทย์ดีเด่น ด้านครูแพทย์ ประจำปี 2568 (2 views)
- 10) สับ สรรพ ศัพท์: High Fidelity Simulation, Role-Portrayal, Pre-Brief, Debriefing (4 views)
- 11) Educational Movement: Improving quality of Standardized patients in Thailand (3 views)
- 12) SHEE Sharing: Is the use of standardized patients more effective than role-playing in medical education? A meta-analysis (2 views)
- 13) SHEE Research: Action Research (3 views)
- 14) Click&Go with Technology: Virtual Standardized Patient: What They Can—and Cannot—Replace (2 views)
02
ผู้ป่วยมาตรฐานกับการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Standardized Patients and health science education)
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า การเรียนรู้หรือการสอบร่วมกับผู้ป่วยมาตรฐาน (standardized patients) นั้นอยู่เคียงคู่กับการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพมาอย่างยาวนาน เนื่องจากการประกอบวิชาชีพทางสาธารณสุขไม่ว่าจะเป็นในสาขาวิชาใด ย่อมมีการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในปัจจุบันการดูแลแบบเป็นองค์รวม (holistic care) หรือการดูแลโดยมีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (patient-centered care) ยิ่งทำให้มิติของความเป็นมนุษย์นั้นมีความสำคัญมากขึ้นไม่น้อยไปกว่ามิติทางด้านชีวภาพ ผู้ป่วยมาตรฐานจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในวงการวิทยาศาสตร์สุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง
ในบทความนี้ ผมจะชวนให้ผู้อ่านทุกท่านทำความรู้จักกับผู้ป่วยมาตรฐานให้มากขึ้น ทั้งในด้านของความเป็นมา บทบาทความสำคัญ ตลอดจนตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้กับผู้ป่วยมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานที่จะช่วยให้อ่านบทความอื่น ๆ ใน SHEE journal ฉบับนี้ได้อย่างสนุกและเข้าใจมากขึ้น
Standardized Patients คืออะไร
ในปี 1963 Dr. Howard Barrows ได้มีการฝึกฝนพัฒนาบุคคลมาเพื่อช่วยฝึกฝนทักษะให้แก่นักศึกษาแพทย์ก่อนที่จะเรียนรู้กับผู้ป่วยจริง โดยได้เรียกบุคคลที่ฝึกฝนขึ้นมาว่า “Programmed patients” (ผู้ป่วยที่ถูกกำหนดบทบาท) ต่อมากลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้ถูกเรียกด้วยชื่อที่แตกต่างกันออกไป เช่น simulated patients (ผู้ป่วยจำลอง) และ standardized patients (ผู้ป่วยมาตรฐาน) ซึ่งทั้งสองคำมีตัวย่อว่า เอสพี (SP) ในภาษาไทยอาจมีคำที่ใช้เรียกบุคคลที่ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อช่วยฝึกฝนทักษะให้แก่นักศึกษาแพทย์แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยจำลองหรือผู้ป่วยมาตรฐาน และยังไม่มีนิยามที่ชัดเจนในการแยกทั้งสองคำนี้ออกจากกัน เช่นเดียวกับคำว่า simulated patients และ standardized patients โดยในบทความนี้ ผู้เขียนจะขอใช้คำว่า ผู้ป่วยมาตรฐาน เป็นหลัก
นอกเหนือจากการเรียนการสอนแล้ว ผู้ป่วยมาตรฐานยังมีส่วนสำคัญในการสอบวัดทักษะต่างๆ เนื่องจากการสอบร่วมกับผู้ป่วยมาตรฐานจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถที่จะแสดงปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยได้
ดังนั้นโดยสรุป ผู้ป่วยมาตรฐาน คือ บุคคลที่ได้รับการฝึกฝนเพื่อเข้ามาช่วยฝึกฝนทักษะให้แก่นักศึกษาแพทย์หรือนักศึกษาในวิชาชีพวิทยาศาสตร์สุขภาพ ตลอดจนถึงเข้าร่วมในการสอบประเมินผลของนักศึกษาให้มีความสมจริงและมีมาตรฐาน

การทำงานเป็นผู้ป่วยมาตรฐานมีความจำเป็นต้องมีทักษะด้านการแสดง (acting) เนื่องจากผู้ป่วยมาตรฐานจะได้สวมบทบาทเข้าไปเล่นเป็นบุคคลอื่น ซึ่งนอกจากการแสดงอาการแสดงที่มีความถูกต้องแล้ว ผู้ป่วยมาตรฐานต้องแสดงออกอารมณ์ให้เหมาะสมกับบทบาทและสถานการณ์ที่ตัวเองได้รับ ดังนั้นทักษะด้านการแสดงจะช่วยทำให้ผู้ป่วยมาตรฐานเข้าถึงความเป็นบุคคลสมมติมากขึ้น เข้าใจและแสดงอารมณ์ในสถานการณ์ที่กำหนดไว้ได้สมจริงมากยิ่งขึ้น
แม้ว่าการทำงานเป็นผู้ป่วยมาตรฐานต้องอาศัยทักษะด้านการแสดง แต่การทำงานเป็นผู้ป่วยมาตรฐานก็มีความแตกต่างจากนักแสดงอยู่มากทีเดียว อาทิ
- บทของผู้ป่วยมาตรฐานไม่ได้เป็นบทคำพูด (dialogue) ที่สมบูรณ์ ผู้ป่วยมาตรฐานต้องเตรียมพร้อมต่อความไม่แน่นอนของคู่สนทนา ซึ่งผู้เรียนแต่ละคนอาจถามคำถามด้วยลำดับที่แตกต่างกัน ถามคำถามที่ไม่ได้อยู่ในบทที่เตรียมไว้ให้
- ผู้ป่วยมาตรฐานต้องมีความรู้ด้านการแพทย์ส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบาทที่ได้รับ เพื่อให้สามารถให้ประวัติและอาการแสดงถูกต้อง ไม่นำให้ผู้เรียนหรือผู้เข้าสอบไปสู่การวินิจฉัยที่ผิดพลาด
จะเห็นได้ว่า ทักษะการแสดงนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการเป็นผู้ป่วยมาตรฐาน แต่การเป็นผู้ป่วยมาตรฐานก็แตกต่างจากการทำงานเป็นนักแสดง ดังนั้นนักแสดงที่มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์การแสดงอยู่แล้วสามารถทำงานเป็นผู้ป่วยมาตรฐานได้แต่ควรต้องได้รับการฝึกฝนเพิ่มเติมก่อนการทำงานเป็นผู้ป่วยมาตรฐาน
ในบริบทที่ปัจจุบันที่โรงพยาบาลมีผู้ป่วยเข้ารับบริการเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า แล้วยังมีความจำเป็นที่จะต้องให้นักศึกษาของเราฝึกฝนกับผู้ป่วยมาตรฐานอยู่อีกหรือ ทำไมถึงไม่สามารถให้นักศึกษาฝึกฝนกับผู้ป่วยจริงได้ ผมจึงขอสรุปประเด็นสำคัญที่ควรให้นักศึกษาได้มีโอกาสฝึกฝนกับผู้ป่วยมาตรฐานก่อนการดูแลรักษาผู้ป่วยจริง
- ความปลอดภัยและสิทธิของผู้ป่วย ผู้ป่วยที่มารับบริการในโรงพยาบาลมีความประสงค์ที่จะเข้ามารับบริการในโรงพยาบาลด้วยความสะดวกและรวดเร็ว การเชิญผู้ป่วยมาให้นักศึกษาซักประวัติ ตรวจร่างกายอาจทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับความสะดวก ตลอดจนต้องคำนึงถึงสิทธิผู้ป่วยที่จะเลือกตรวจรักษากับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญแล้ว นอกจากนี้นักศึกษาที่ตรวจผู้ป่วยเป็นครั้งแรกอาจจะตื่นเต้น ประหม่าในการดูแลรักษาผู้ป่วย รวมทั้งอาจจะยังไม่ได้ชำนาญในทักษะหัตถการต่างๆ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย (patient safety) ได้
- ผู้ป่วยจริงมีความซับซ้อนที่สูงเกินไป หรืออาจไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ผู้ป่วยแต่ละรายอาจจะมีความซับซ้อนเฉพาะบุคคลทั้งในแง่ของโรคและความเจ็บป่วย ซึ่งไม่เหมาะกับการเรียนรู้ของนักศึกษาที่เป็นมือใหม่ ความซับซ้อนที่มากเกินไปอาจจะทำให้ผู้เรียนไม่สามารถจับประเด็นสาระสำคัญจากการเรียนรู้ได้ หรือผู้ป่วยอาจไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ความหลากหลายของโรค ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยเด็กส่วนใหญ่ที่ยินดีเข้ามาให้นักศึกษาแพทย์ตรวจเป็นกลุ่มที่มารับวัคซีนทั้งหมด ทำให้ผู้เรียนอาจจะขาดประสบการณ์ในการตรวจรักษาเด็กที่มีความเจ็บป่วย ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญ
ในการเรียนรู้ร่วมกับผู้ป่วยมาตรฐาน อาจารย์ผู้สอนสามารถกำหนดประสบการณ์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้และผู้เรียนได้ ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ในสถานการณ์จำลองที่มีความปลอดภัย มีความซับซ้อนในระดับที่เหมาะสม และครอบคลุมวัตถุประสงค์ที่ถูกกำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้กับผู้ป่วยมาตรฐานไม่สามารถทดแทนการเรียนรู้ผ่านผู้ป่วยจริงได้ การเรียนรู้กับผู้ป่วยมาตรฐานสามารถช่วยฝึกฝนเตรียมให้นักศึกษามีความพร้อมมากขึ้นในการดูแลผู้ป่วยจริง เมื่อนักศึกษามีความพร้อมและความมั่นใจมากเพียงพอ การเรียนรู้กับผู้ป่วยจริงจะทำให้นักศึกษาเข้าใจถึงมิติความเป็นมนุษย์ ความซับซ้อนของตัวโรค ผลกระทบจากปัจจัยทางสังคม ตลอดจนเข้าใจการทำงานในระหว่างสหสาขาวิชาชีพและระบบสาธารณสุขของไทย ซึ่งเป็นความรู้และทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติวิชาชีพต่อไปในอนาคต
ตัวอย่างการเรียนรู้หรือการสอบประเมินผลที่จัดร่วมกับผู้ป่วยมาตรฐาน
-
กิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับผู้ป่วยมาตรฐานจะให้ประสบการณ์การเรียนรู้ทั้งการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นทางการแพทย์ เช่น ทักษะการซักประวัติ ทักษะการตรวจร่างกาย และทักษะการให้คำปรึกษา พร้อมกับความใส่ใจในมิติความเป็นมนุษย์ เช่น การวางท่าทาง การเลือกใช้คำ น้ำเสียงในการสนทนา การจัดลำดับการตรวจร่างกาย การดำเนินการสนทนา เป็นต้น


-
กิจกรรมการเรียนรู้กับผู้ป่วยมาตรฐานสามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับหุ่นจำลองแบบ part-task training เช่น การฝึกเย็บแผลโดยมีผู้ป่วยมาตรฐาน รูปแบบการเรียนการสอนแบบนี้เรียกว่า hybrid simulation ซึ่งผู้เรียนจะได้ฝึกฝนทักษะหัตถการกับหุ่นจำลองในขณะที่ฝึกทักษะการสื่อสารกับผู้ป่วยมาตรฐาน
-
ในด้านของการสอบประเมินผล มีการสอบประเมินผลในหลายระดับที่เชิญผู้ป่วยมาตรฐานเข้ามามีส่วนร่วมทั้งในระดับการสอบประเมินผลสิ้นสุดรายวิชา การสอบทักษะทางคลินิกแบบหลายสถานี (OSCE) ตลอดจนไปถึงการสอบใบประกอบโรคศิลปะ (national licenses) การประเมินผลร่วมกับผู้ป่วยมาตรฐานจะทำให้การประเมินผลมีความใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงในเวชปฏิบัติได้มากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถประเมินผู้สอบได้

หวังว่าบทความนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ป่วยมาตรฐานและเล็งเห็นความสำคัญของการจัดการเรียนรู้ร่วมกับผู้ป่วยมาตรฐานซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้เรียนของเรามีความรู้และทักษะทางการแพทย์ ร่วมกับมีความเข้าใจตระหนักถึงมิติความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขต่อไปในอนาคต
นอกเหนือจากบทความนี้แล้ว ผมได้เคยจัดทำบทความและสื่อที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยมาตรฐานซึ่งท่านผู้อ่านสามารถเข้าชม-ฟังในลำดับถัดไปได้

2. เข้าใจมุมมองของผู้ป่วย ผ่านการเรียนรู้ด้วย Human simulation ใน SHEE Journal ฉบับที่ 1 ปี 2023
https://shee.si.mahidol.ac.th/knowledge/index.php/journals-th/issue1-2023/06-1-2023

3. SHEE Podcast Series 5; EP05 SPs-enhanced learning การเรียนรู้จากผู้ป่วยมาตรฐาน
https://shee.si.mahidol.ac.th/knowledge/index.php/podcast/podcast-series-5/s5-ep5

อ. นพ.วุฒิภัทร เอี่ยมมีชัย
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
email :







