สารบัญ
- 01) Executive Talk: How to motivate learners in health science schools (118 views)
- 02) การใช้รางวัลและการทำโทษ (Rewards and Punishment) ในการสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนในโรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ (203 views)
- 03) Psychological Needs for Building Intrinsic Motivation (141 views)
- 04) Building Self Confidence (187 views)
- 05) แรงจูงใจผ่านมุมมองของ Expectancy-Value Theory: จาก Pre-clinical สู่ Clinical Learning ในวิทยาศาสตร์สุขภาพ (508 views)
- 06) Message from Deputy Dean (93 views)
- 07) Students' Voice: Students' Motivation and Experience เสียงสะท้อนจากผู้เรียน: แรงจูงใจและประสบการณ์ในการเรียนวิชาชีพสุขภาพ (112 views)
- 09) สับ สรรพ ศัพท์: Curiosity, Engagement, Sense of Belonging, Task Utility (110 views)
- 08) เชิด-ชู: ผู้ได้รับรางวัลอาจารย์ดีเด่นระดับคลินิก "ทุนเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี" ประจำปีการศึกษา 2567 (101 views)
- 10) Educational Movement: Practical tips for building motivation in health science students (124 views)
- 11) SHEE Sharing: Promoting students’ autonomous motivation for the ongoing curriculum using a ‘Societal Impact Project’ with basic psychological needs characteristics (94 views)
- 12) SHEE Research: Social Desirability Bias in Health Science Education Research (135 views)
- 13) Click&Go with Technology: YeolPumTa, An Application for Enhancing Learning Motivation in Health Science Education (95 views)
08
เชิด-ชู: ผู้ได้รับรางวัลอาจารย์ดีเด่นระดับคลินิก "ทุนเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี" ประจำปีการศึกษา 2567
รศ. พญ.ชดชนก วิจารสรณ์
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

กลับมาอีกครั้งกับบทความเชิด-ชู ใน SHEE Journal ฉบับนี้ โดยครั้งนี้ทีมงานได้รับเกียรติจาก รศ. พญ.ชดชนก วิจารสรณ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาให้สัมภาษณ์กับวารสารของเรา นอกจากนี้ ปัจจุบันอาจารย์รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษาของภาควิชากุมารเวชศาสตร์ และเป็นอาจารย์ดูแลนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 อีกด้วย นอกจากอาจารย์จะมีประสบการณ์ทางด้านการสอน และเป็นต้นแบบของการเป็นแพทย์ที่ดีให้กับทั้งนักศึกษาแพทย์และแพทย์ประจำบ้านแล้ว อาจารย์ยังเป็นครูแพทย์ที่เป็นแบบอย่างที่น่านับถืออีกด้วย ด้วยความอุทิศตนของอาจารย์นี้ อาจารย์จึงได้รับรางวัล อาจารย์ดีเด่นระดับคลินิก “ทุนเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี” ประจำปีการศึกษา 2567 ทางทีมงานรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้ถ่ายทอดบทความสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวคิด ความภาคภูมิใจ บทบาทของครูแพทย์ที่ดี และข้อคิดต่าง ๆ จากอาจารย์ ให้แก่ผู้อ่านทุกท่านในบทความนี้

ความรู้สึกของอาจารย์ที่ได้รับรางวัลอาจารย์ดีเด่นระดับคลินิก “ทุนเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี” ในปีการศึกษา 2567
ตอนแรกรู้สึกแปลกใจมากค่ะ เพราะความจริงแล้ว เรารู้สึกว่ามีอาจารย์อีกหลายท่านที่สมควรได้รับรางวัลนี้มากกว่าตัวเราเสียอีก อย่างไรก็ตาม ก็รู้สึกยินดีมาก ๆ ที่มีชื่อเข้ารับการคัดเลือกรางวัลนี้ หลังจากทราบผล เราก็ติดต่อสอบถามถึงขั้นตอนการคัดเลือกทันทีเลยว่าใช้หลักเกณฑ์อะไร จึงได้ทราบว่า จริง ๆ แล้วการที่ได้รับรางวัลนี้ เกิดขึ้นเพราะความเมตตาและการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์อาวุโสที่ให้โอกาสเราได้ทำงานในคณะแพทยศาสตร์ รวมถึงภาควิชากุมารเวชศาสตร์ที่เปิดโอกาสให้เราได้ทำงานด้านการศึกษาและสอนนักศึกษาแพทย์ อีกทั้งยังมีเบื้องหลังอีกหลายคนที่ช่วยเหลือเราอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ รุ่นน้อง แพทย์ประจำบ้านต่อยอด หรือทีมงานทุกคนที่ช่วยแบ่งเบาภาระ ทำให้เราสามารถจัดเวลาเพื่อการสอนนักศึกษาแพทย์ได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้น เราจึงรู้สึกยินดีและซาบซึ้งใจมากที่ได้รับรางวัลนี้ค่ะ
ครูแพทย์ที่ดี อาจารย์คิดว่าควรเป็นอย่างไรบ้าง
เรามองว่าครูแพทย์ที่ดีมีตัวอย่างอยู่มากมายค่ะ หลายท่านเป็นทั้งปูชนียบุคคลและเป็นครูของพวกเราเองในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ถ้าถามว่าครูแพทย์ที่ดีเป็นอย่างไร เราคิดว่าครูแพทย์ที่ดีต้องมีคุณสมบัติหลายด้านมาก ครูแพทย์จึงควรที่จะตั้งใจเรียนรู้จากคุณครูของเราที่เป็นแบบอย่างที่ดี ที่คอยฝึกสอนและแสดงแนวทางปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรับผิดชอบ การเป็น Role Model ที่ดี และวิธีการถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างมีความหมาย ตัวอย่างครูแพทย์ที่เราประทับใจมาก คือ รศ. พญ.เล็ก ปริวิสุทธิ์ อาจารย์ทุ่มเทเพื่อคนไข้มาก ทุกสิ่งที่อาจารย์ทำมีความหมาย แม้ว่าบุคลิกของอาจารย์จะค่อนข้างดุ จนอาจทำให้หลายคนรู้สึกกลัวบ้าง แต่เราก็โชคดีที่มีโอกาสได้เรียนรู้จากอาจารย์ อาจารย์ได้สอนทั้งเทคนิคการเขียนรายงาน การนำเสนอ รวมถึงการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นมืออาชีพ ส่วนในภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ก็มีอาจารย์หลายท่านที่เป็น Role Model ของเราเช่นกัน เช่น อาจารย์ดวงมณี ที่คอยสนับสนุนมาตลอดตั้งแต่สมัยเป็นแพทย์ประจำบ้าน สิ่งต่าง ๆ ที่เราได้รับจากอาจารย์เหล่านี้ ทำให้เราประทับใจมาก และเป็นแรงขับเคลื่อนมุ่งพัฒนาตัวเราตามแบบอย่างที่ดี ให้ตัวเราเป็นครูแพทย์ที่ดีตามรอยอาจารย์ที่เรานับถือได้ค่ะ
ความภาคภูมิใจของอาจารย์ในฐานะครูแพทย์
ย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนที่เราทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี ตอนนั้นได้สอนนักศึกษาแพทย์ของที่นั่น เราพบว่าการสอนทำให้ความรู้ของเรามีมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากทำให้ความรู้ของเราแน่นขึ้นแล้ว ยังทำให้เรามีโอกาสได้พัฒนาความรู้ของคนอีกคนหนึ่ง โดยเขาอาจเริ่มจากศูนย์ แต่ถ้าเราสามารถช่วยให้เขาไปถึงระดับเจ็ดหรือแปดได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งเต็มสิบ เพียงแค่เขาสามารถดูแลรักษาคนไข้ได้อย่างถูกต้อง เราก็รู้สึกดีใจแล้ว เพราะฉะนั้น เราจึงรู้สึกดีและภูมิใจกับการสอนมาตั้งแต่ตอนนั้น เมื่อเข้ามาทำงานที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เราก็ได้เรียนรู้จากอาจารย์ท่านอื่น ๆ หลายท่าน ทั้งในภาควิชาและต่างภาควิชา ที่คอยสนับสนุนให้เราได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด แม้ทุกวันนี้อายุมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้สอน เพราะเด็ก ๆ น่ารักและตั้งใจเรียน เราจึงยังรู้สึกภาคภูมิใจเสมอที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนค่ะ


บทบาทของครูแพทย์ต่อลูกศิษย์ที่มีแรงจูงใจลดลงในมุมมองของอาจารย์
สิ่งแรกเวลามีน้อง ๆ มาปรึกษา เราจะฟังก่อน พยายามฟังอย่างลึกซึ้ง Deep Listening พยายามดูว่าปัญหาเกิดจากตัวเขาเอง เกิดจากคนรอบข้าง หรือเกิดจากภาระงาน แล้วดูว่าความหนักของปัญหามันมากแค่ไหน จริง ๆ แล้ว บางคนมาเล่าให้ฟังก็เพราะเหนื่อยล้าเล็กน้อย พอเราให้กำลังใจหรือกระตุ้นไฟให้ เขาก็กลับมามีกำลังใจได้ เรามักจะบอกกับน้อง ๆ ว่า สิ่งที่เราทำไป เราทำเพื่อคนไข้ เมื่อคนไข้หายดี เราจะรู้สึกดีไปกับเขา แต่ก็มีบางคนที่ปัญหาหนักจริง ๆ ทั้งเรื่องอารมณ์หรือปัจจัยอื่น ๆ ในกรณีนั้น เราก็ต้องพิจารณาเป็นรายคน ว่าเราจะช่วยเขาได้แค่ไหน บางครั้ง การพยายามให้เขาอยู่ในสถานการณ์ที่เขารู้สึกบีบคั้นต่อไป อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด ถ้าเขาไม่ไหวจริง ๆ เราก็ต้องคิดเหมือนกันว่า ควรให้เขาพักก่อนหรือไม่ เพื่อตัวของเขาเอง อีกอย่างหนึ่งคือ เรามักจะบอกให้น้อง ๆ ทุกคน "ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด" เมื่อเราทำวันนี้ดีที่สุดแล้ว วันข้างหน้าเราจะไม่ต้องมาเสียใจภายหลังค่ะ
เรื่องสำคัญที่อาจารย์อยากฝากถึงครูแพทย์รุ่นต่อไปในอนาคต
สำหรับน้อง ๆ ที่เพิ่งเริ่มเป็นอาจารย์หรือเป็น Young Staff ทุกวันนี้การศึกษาพัฒนาไปมาก น้อง ๆ อาจารย์แพทย์ต้องเลือกวิธีการสอนให้เหมาะกับยุคสมัย ต้องมีการประยุกต์มากขึ้น การประเมินก็มีความเข้มข้นขึ้นในหลายด้าน กว่าจะผ่านแต่ละขั้นตอน รวมถึงการขอตำแหน่งทางวิชาการก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เราเข้าใจและเห็นใจน้อง ๆ มาก แต่อยากจะบอกว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราภูมิใจที่สุด คือวันที่เราได้เห็นนักศึกษาแพทย์ที่เราเคยสอน สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้สำเร็จ เวลาที่มีลูกศิษย์โทรกลับมาบอกว่า "อาจารย์ครับ ผมทำหัตถการนี้ได้แล้ว" หรือ "อาจารย์ค่ะ วันนี้หนูช่วยคนไข้ได้" ตอนที่ได้ยินแบบนั้น ความรู้สึกของเรามันมีความสุขมาก เราไม่ได้เป็นคนรักษาคนไข้โดยตรงในตอนนั้น แต่เรามีส่วนทำให้ลูกศิษย์ของเราสามารถช่วยชีวิตคนไข้ได้ สำหรับเราแค่นั้นก็เพียงพอแล้วค่ะ จึงอยากฝากบอกถึงครูแพทย์รุ่นใหม่ทุกคนว่า ถ้าเราสอนใครสักคน จากคนที่ทำไม่ได้ ให้เขาทำได้ เพียงเท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้ครูแพทย์รุ่นใหม่ทุกคนค่ะ โชคดีนะคะ
รศ. พญ.ชดชนก วิจารสรณ์
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
email :








