08) เชิด-ชู: ผู้ได้รับรางวัล ครูแพทย์แห่งชาติ ประจำปี 2568 จากกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย

สารบัญ
Go Back

08

เชิด-ชู: ผู้ได้รับรางวัล ครูแพทย์แห่งชาติ ประจำปี 2568 จากกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย

ผศ. พญ.กันยิกา ชำนิประศาสน์
รองคณบดีและรองคณบดีฝ่ายแพทยศาสตรศึกษา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
Image
บทความเชิด-ชู ใน SHEE Journal ฉบับนี้ ได้กลับมาอีกครั้งให้ผู้อ่านได้สัมผัสกับแนวคิดของครูแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย โดยครั้งนี้ทีมงานได้รับเกียรติจาก ผศ. พญ.กันยิกา ชำนิประศาสน์ ที่มาให้สัมภาษณ์กับวารสารของเรา ปัจจุบันอาจารย์รับหน้าที่ รองคณบดีและรองคณบดีฝ่ายแพทยศาสตรศึกษา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี นอกจากอาจารย์จะมีประสบการณ์ทางด้านการสอน และเป็นต้นแบบของการเป็นแพทย์ที่ดีให้กับทั้งนักศึกษาแพทย์และแพทย์ประจำบ้านแล้ว อาจารย์ยังเป็นครูแพทย์ที่น่านับถือ เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ครูแพทย์อีกด้วย ด้วยความอุทิศตนของอาจารย์นี้ อาจารย์จึงได้รับรางวัล ครูแพทย์แห่งชาติ ประจำปี 2568 จากกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ทางทีมงานรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้ถ่ายทอดบทความสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวคิด ความภาคภูมิใจ บทบาทของครูแพทย์ที่ดี และข้อคิดต่าง ๆ จากอาจารย์ ให้แก่ผู้อ่านทุกท่านในบทความนี้

ความรู้สึกของอาจารย์ที่ได้รับรางวัล ครูแพทย์แห่งชาติ ประจำปี 2568 จากกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย

จริง ๆ ก็รู้สึกเป็นกังวลบ้างนะคะว่า คนอย่างเราสมควรจะได้รับรางวัลนี้จริงหรือไม่ เพราะรู้สึกว่ายังมีอะไรหลายเรื่องที่เรายังทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดีพอในฐานะที่เป็นครูแพทย์ แต่ถ้าตัดเรื่องนี้ออกไป ก็คิดว่ารางวัลนี้มันไม่ใช่สำหรับตัวของเราเพียงคนเดียว แต่เป็นรางวัลของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ด้วย เพราะที่นั่นทำให้เราเติบโตในฐานะที่เป็นครูแพทย์ ได้ทำงานอะไรหลายอย่าง ครูแพทย์คนอื่น ๆ อาจารย์คนอื่น ๆ ก็มีแนวทาง มีวิธีการ มีเทคนิคอะไรต่าง ๆ หลากหลายกัน แทบไม่เหมือนกันเลย ซึ่งทำให้เรามองเรื่องต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น เพราะเราเห็นตัวอย่างทั้งดีและไม่ดี ซึ่งส่วนใหญ่เขาเป็นตัวอย่างดี ๆ แล้วก็ทำให้เห็นว่าคนเรามีสิ่งที่ดีเยอะมากเลย รวมถึงเหล่านักศึกษาก็เช่นเดียวกัน ทำให้เรามีความรู้สึกว่า นี่เป็นความสำเร็จร่วมกันของทั้งทางนักศึกษาและของอาจารย์ ที่ทำให้มีครูของสงขลานครินทร์ไปรับรางวัลนี้ อีกส่วนหนึ่ง ก็รู้สึกขอบคุณศิริราช เพราะเราก็โตมาจากศิริราช บอกได้ว่าที่ศิริราชก็หล่อหลอมให้เราเป็นคนแบบนี้ แล้วก็ไปโตที่สงขลา จึงรู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้รางวัลนี้ค่ะ

ครูแพทย์ที่ดี อาจารย์คิดว่าควรเป็นอย่างไรบ้าง

สิ่งที่มีอยู่แล้วในครูแพทย์ทุกคน ทั้งในส่วนของคลินิกและพรีคลินิก คือ ความรู้ ความสามารถ สมรรถนะในวิชาชีพของตัวเอง แต่ว่าในเรื่องของการที่จะช่วยส่งเสริมให้นักศึกษาของเราเรียนรู้ได้ คือ เกิดความรู้ เกิดความสามารถ ทำได้ ปฏิบัติได้ ตรงนี้ไม่ใช่ว่าเราไปบอกเขาอย่างเดียว หรือพูดว่า ”สอนแล้วทำไมไม่จำ” ครูแพทย์ที่ดีจะต้องเข้าใจตรงนี้อย่างแน่ชัด และใช้ในทุกสถานการณ์ ทั้งในระหว่างที่ดูแลผู้ป่วย ไม่ว่าจะมี resident อยู่ด้วย หรือมีนักศึกษาอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม ครูแพทย์ไม่ควรทำงานตาม routine เพียงอย่างเดียว เช่น วันนี้ส่งแล็บหรือยัง เอกซเรย์ผลออกมาเป็นยังไง แต่ควรมาดูว่าเราต้องการอะไรเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยคนนี้ สิ่งที่มากกว่านั้นคือ ครูแพทย์ต้องยอมรับว่าตนเองไม่รู้สิ่งใด สิ่งที่ให้ resident ช่วยไปค้น อาจจะเป็นเรื่องที่เราไม่รู้เสมอไปค่ะ แล้วยิ่งสมัยนี้ ถ้าเป็นความรู้นักศึกษาก็ค้น Google หรือ ChatGPT กันได้อย่างรวดเร็ว เราก็ค้นไปด้วยกันเลยก็ได้ ไม่ต้องอยากทำตัวเป็น “ฉันคือผู้รู้ รู้หมดทุกอย่าง” แต่ก็ยากนะที่จะทำจริง เพราะเราอาจจะรู้สึกดูเสมือนว่าเราจะต้องทำให้เราด้อยลง เราอาจจะรู้สึกในใจว่า มันจะทำให้ฉันดูไม่ดีหรือเปล่า ลูกศิษย์จะรู้สึกดูถูกเราไหม ซึ่งจริง ๆ สำหรับตัวเราเอง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอายุเยอะแล้วหรือเปล่านะ ก็ไม่ได้รู้สึกเลยว่าการทำแบบนี้จะต้องอาย สำหรับอาจารย์รุ่นใหม่ ๆ ก็พอเข้าใจได้นะ เพราะว่ามันอยู่ในระหว่างการสร้างตัวเอง การยอมรับของคนอื่นเป็นส่วนสำคัญมาก แต่ในการที่จะทำให้เราทำงานเป็นครูแพทย์ได้อย่างประสบความสำเร็จ เราจะต้องก้าวข้ามตรงนี้ให้ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่าจะใช้กลยุทธ์อย่างไร ก็คือต้องหาว่าทำอย่างไรที่จะทำให้รู้ว่า การดูแลผู้ป่วยแต่ละคนเรายังขาดอะไร เรายังไม่สมบูรณ์ในส่วนไหน เหตุผลนี้มันถูกหรือไม่ถูก นี่คือการพัฒนากระบวนการคิด ซึ่งจะทำให้เรากลายเป็นคนที่รู้เยอะแล้ว แต่ก็ยังรู้ไม่พอ จนสุดท้ายก็จะรู้เพิ่มขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ

Image
ความภาคภูมิใจของอาจารย์ในฐานะครูแพทย์

เราเป็นแพทย์ออร์โธปิดิกส์นะคะ ใช้ทุนที่อื่น แล้วก็กลับไปทำงานที่สงขลา หลังเกษียณอายุราชการก็ยังทำงานต่อจนกระทั่งอายุประมาณ 68 ปีนะคะ ในปัจจุบันก็ยังทำงานให้สงขลาบ้าง ส่วนใหญ่เป็นการให้คำปรึกษาในเรื่องของการทำหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ก็เข้าไปช่วยร่วมทำในบางเรื่อง สมัยก่อนจริง ๆ แล้วต้องบอกว่า การอบรมด้านแพทยศาสตรศึกษาอาจจะไม่ได้กว้างขวาง เพราะฉะนั้นก็ใช้การ ”เลียนแบบ” เหล่าพี่ ๆ เหล่าครูบาอาจารย์ที่เขาทำกัน จุดเปลี่ยนอันหนึ่งก็คือ การที่ได้มีโอกาสได้ทำเรื่องของการคัดเลือกนักศึกษาแพทย์ แล้วก็ดูแลนักศึกษาแพทย์ทั้งในด้านการเรียนและด้านอื่น ทำให้เราเข้าใจว่านักศึกษาแต่ละคนมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน มีความสามารถในการเรียนรู้ที่ต่างกัน หลายคนที่อาจารย์ ถ้าไม่ได้สัมผัสเรื่องนี้ ก็จะมองว่าคนนี้เรียนไม่เก่ง เรียนไม่ดี แต่จริง ๆ เขาสามารถเรียนรู้ในด้านอื่น ๆ ได้มาก แล้วสิ่งที่จะตอกย้ำตรงนี้อีก ก็คือเมื่อจบออกไปแล้ว หลายคนที่ดูเสมือนจะมีปัญหาในการเรียนในระหว่างเรียน กลับกลายเป็นหมอที่มีคุณค่ามากกับสังคม กับประชาชน ตรงนี้ก็เลยทำให้เรารู้สึกว่า นักเรียน นักศึกษาแพทย์ รวมถึง resident เป็นคนสอนเรานะคะ ทำให้ตัวของเรามีวิธีปฏิบัติ หรือมีแนวคิดในการทำงาน ทั้งในฐานะแพทย์ ในฐานะครูแพทย์ ที่เราได้เรียนรู้มาจากพวกเขา ทำให้เรามาถึงจุดนี้และได้สอน ได้ให้พวกเขากลับไป ทำให้เรารู้สึกภูมิใจที่เราได้เป็นครูแพทย์ให้กับนักเรียนค่ะ

บทบาทของครูแพทย์ต่อการส่งเสริม Lifelong Learning ในมุมมองของอาจารย์

เรามองว่า Lifelong Learning เป็นคุณลักษณะที่แพทย์เราทุกคนต้องมี โดยเฉพาะสมัยนี้ที่โลกมันเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ความรู้ก็เปลี่ยน วิธีการรักษาทุกอย่างก็เปลี่ยนหมดเลย เร็วด้วยนะคะ จากการผ่าตัดใหญ่ก็เหลือผ่าตัดส่องกล้องอะไรพวกนี้ สังคมเปลี่ยน ความคาดหวังเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยนอย่างรวดเร็วมาก วิถีปฏิบัติเปลี่ยน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าแพทย์ยังคงยึดสิ่งที่ตัวเองได้เรียนไปตอนที่จบ หรือจบการฝึกแพทย์ประจำบ้าน มันใช้ไม่ได้แล้ว เราต้องคอย update ตัวเราเอง เหมือนโปรแกรมในโทรศัพท์ที่ต้อง update อยู่เรื่อย ๆ ไม่อย่างนั้นก็จะทำงานไม่ได้ ทำงานร่วมกับโลกใบนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันต้องเป็นคุณลักษณะที่อยู่ในตัวเรา วิธีคิด วิธีทำงาน วิธีอะไรของเราต้องอยู่บนหลักการนี้ เพราะฉะนั้นเริ่มแรกเลย สำหรับเราคือ ครูแพทย์ต้อง “รู้ตัวเอง” รู้ว่าเรารู้อะไร เราไม่รู้อะไร และก็ต้องยอมรับ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เราต้องให้คนอื่นช่วยประเมินให้ ตรงนี้จัดเป็นจุดที่สำคัญ เพราะการที่คนอื่นช่วยประเมินให้ เราต้องมองเป็นบวก เหมือนการที่อาจารย์ประเมินแล้วบอกว่า เรายังทำตรงนี้ไม่ได้ เราต้องไม่อาย ไม่รู้สึกแย่ แต่ต้องรู้สึกว่ามันได้รับคำบอกเล่าที่เราน่าจะต้องเอามาดู เพื่อให้เรารู้ว่าเราต้องทำอะไรต่อไป เพราะฉะนั้นเหล่านี้ จริง ๆ แล้วในวิธีการสอนสมัยใหม่ก็จะแนะนำให้ทำพวกนี้อยู่แล้ว แต่ว่าบางครั้งมันทำเป็นพิธีกรรม ไม่รู้หรอกว่าแท้ ๆ ในตัวของเราอยากรู้อะไร คำถามก็ตั้งไว้อย่างนั้น ตั้งเป็นหนึ่ง สอง สาม สี่ โดยไม่ได้คิดว่าอะไรเป็น problem จริง อะไรเป็น priority ไม่ได้คิดว่าอะไรที่เรารู้แล้ว อะไรต้องไปค้น เช่น เขียนรายงาน ก็เขียนรายงานเป็นพิธีกรรม เขียนให้จบไปเอาคะแนน ไม่ได้เป็นการเขียนรายงานเพื่อเรียนรู้ว่า ในผู้ป่วยคนนี้เรารู้อะไรมา และเราต้องไปค้นหาอะไรมา เพื่อทำให้ผู้ป่วยคนนี้ได้รับการดูแลที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ครูแพทย์จึงมีบทบาท ทำให้ผู้เรียนเขาคิดได้ว่าเขายังไม่รู้อะไร แล้วกระตุ้นให้เขาไปเรียน แล้วก็เอากลับมาดู มาวิเคราะห์ว่า ที่ตัวเองไปเรียนรู้มามันใช้ได้ไหม แหล่งที่ให้ข้อมูลมาเชื่อถือได้ไหม เอามาประยุกต์กับผู้ป่วยคนนี้ได้ไหม มาวิเคราะห์กัน มาถกกัน และเป็นเพื่อนช่วย feedback ตัวเขา มุมนี้คือมุมที่พี่มองเรื่องนี้นะคะ

Image
Image
เรื่องสำคัญที่อาจารย์อยากฝากถึงครูแพทย์รุ่นต่อไปในอนาคต

เราคิดว่าแพทย์ทุกคนน่าจะเป็นครูอยู่แล้ว แพทย์ก็ต้องเป็นครูของผู้ป่วย ของเพื่อนร่วมงาน และบางท่านก็มีบทบาทการเป็นครูแพทย์ทั้งในระดับของการสอนนักศึกษาแพทย์ แล้วก็แพทย์ประจำบ้าน สิ่งที่อยากฝากให้กับครูแพทย์รุ่นใหม่ ๆ คือ อยากให้อาจารย์ทุกคนรับมันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มากกว่าที่จะกลายเป็นสวมอีกบทบาท คือทำให้การเป็นครูแพทย์เป็นสิ่งหนึ่งที่ถูกผนวกให้กลมกล่อมอยู่ในชีวิตของเรา เราเป็นอย่างไร เราก็เป็น model อย่างนั้น โดยที่อาจจะต้องพูดดัง ๆ ถึงสิ่งที่เราเป็น ให้นักศึกษาแพทย์และ resident รุ่นใหม่ได้รับรู้ จริง ๆ พี่คิดว่าความสำเร็จอยู่ที่ว่า อาจารย์สามารถแพทย์เป็น role model ที่ดีได้ ไม่ใช่อวดตัวว่ารู้ทุกอย่างแล้ว แต่ครูแพทย์ควรเป็นตัวอย่าง ของการที่ถึงแม้ว่าจะมีความรู้มากขนาดนั้น มีฝีมือเก่งขนาดนั้น ก็หมั่นยังฝึกปรือให้ตนเองเก่งยิ่งขึ้น ยังแสวงหาสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความรู้มากขึ้น เพื่อไปใช้กับผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ทุกคนจะเห็น ในระยะเวลา 6 ปีของนักศึกษาแพทย์ หรือว่า 3-4 ปีของ resident เราว่ามันเพียงพอที่จะทำให้เขาซึมซับไปได้ โดยไม่ต้องสอนด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าเราอาจจะต้องพูดดัง ๆ ในบางครั้งนะคะ

ผศ. พญ.กันยิกา ชำนิประศาสน์
รองคณบดีและรองคณบดีฝ่ายแพทยศาสตรศึกษา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. 

แนะนำสำหรับคุณ

Citation

กันยิกา ชำนิประศาสน์. เชิด-ชู: ผู้ได้รับรางวัล ครูแพทย์แห่งชาติ ประจำปี 2568 จากกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย. SHEE J. 2026;7(3): e260308
URL: https://shee.si.mahidol.ac.th/knowledge/index.php/en/journals-en/issue3-2026/08-03-2026




ท่านสามารถเก็บคะแนน CPD / CME ได้จากระบบ SHEE Online Course โดยสามารถ Click ที่ปุ่มด้านล่างนี้เพื่อเข้าสู่ระบบ

 

Free Joomla! templates by Engine Templates