สารบัญ
- 01) Executive Talk: Promoting Lifelong Learning in Health Science Schools (16 views)
- 02) How to Promote Growth Mindset in Learners of Health Science Schools การส่งเสริมแนวคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) ในผู้เรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ (16 views)
- 03) Community of Practice (CoP) and Lifelong Learning in Health Science Education (8 views)
- 04) Grit and Resilience in Health Science Education ความมุมานะพยายามและความยืดหยุ่นในโรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ (8 views)
- 05) Continuing Professional Development (CPD) as Lifelong Learning in Health Science Education (17 views)
- 06) Message from Deputy Dean (11 views)
- 07) Students' Voice: Students’ View on Lifelong Learning (32 views)
- 08) เชิด-ชู: ผู้ได้รับรางวัล ครูแพทย์แห่งชาติ ประจำปี 2568 จากกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (7 views)
- 09) สับ สรรพ ศัพท์ : Conscientiousness, Infantilization, Attrition, Proactivity (13 views)
- 10) Education Movement: Practical Tips for Promoting Lifelong Learning in Health Science Schools (11 views)
- 11) SHEE Sharing: Medical Students’ Orientation Toward Lifelong Learning in an Outcome-Based Curriculum and the Lessons Learnt (8 views)
- 12) SHEE Research: Reflective Diaries as Data Collection Instruments in Health Science Education Research (9 views)
- 13) Click&Go with Technology: Using Gemini to Reflect Lifelong Learning Processes (12 views)
07
Students’ Voice : Students’ View on Lifelong Learning
นพ. ธีระชัย แซ่ตั้ง
แพทย์ใช้ทุน
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (SHEE)
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
แพทย์ใช้ทุน
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (SHEE)
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ตลอด SHEE Journal ฉบับนี้ ผู้อ่านทุกท่านคงได้เห็นถึงมุมมองของ lifelong learning ในหลายแง่มุมจากเหล่าคณาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติที่ส่งเสริมต่อการเรียนรู้ ลักษณะนิสัยที่ผู้เรียนควรมี และชุมชุนแห่งการพัฒนาตนเองในโรงเรียนแพทย์
อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นจากผู้เรียนก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สอนเข้าใจวิถีชีวิตของนักเรียนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น และสามารถช่วยให้อาจารย์ออกแบบห้องเรียนให้เหมาะสมกับยุคดิจิทัลได้ ผู้เขียนจึงขอนำเสนอมุมมองและแนวคิดจากนักศึกษาแพทย์ในแต่ละชั้นปี รวมถึงแพทย์ใช้ทุน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจถึงรูปแบบการเรียนในปัจจุบัน และพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์กับแพทย์รุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น
ข้อ 1 ในมุมมองของนักศึกษา อะไรคือ Lifelong Learning และเคยพบเจอในการสอนของโรงเรียนวิทยาศาสตร์อย่างไรบ้าง
ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนเข้าใจไปในทิศทางเดียวกันว่า Lifelong Learning คือทัศนคติแห่งการมุ่งมั่นพัฒนาทักษะ ความรู้ และความสามารถ ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในทางการแพทย์ที่ข้อมูลและแนวทางเวชปฏิบัติมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นมนุษย์ทุกคนจึงจำเป็นตระหนักถึงความเป็นนักเรียนอยู่ภายในตัวเสมอ แม้ว่าจะสำเร็จการศึกษาไปแล้วก็ตาม มิฉะนั้นการหยุดเรียนรู้ในการศึกษายุคพลวัตนี้ จะเปรียบเสมือนกับการถดถอยทางความรู้
ในกลุ่มนักศึกษาระดับปรีคลินิก การเรียนรู้เกิดจากการทำงานร่วมกับผู้อื่นผ่านกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย โดยเน้นที่การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นที่ไม่คุ้นเคยซึ่งแตกต่างจากการทำงานกับเพื่อนร่วมชั้นในระดับชั้นมัธยมศึกษา ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะการสื่อสาร
ในกลุ่มนักศึกษาระดับชั้นคลินิก การเรียนรู้สิ่งใหม่จะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาผ่านการปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยเพื่อดูแลรักษาคนไข้ให้ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ บางคนเรียนรู้จากการค้นคว้าข้อมูลด้วยตนเอง บางคนเรียนรู้จากการทำงานของแพทย์รุ่นพี่ บางคนเรียนรู้จากโจทย์จำลองที่อาจารย์มอบหมายให้เป็นการบ้าน
“ชีวิตของแพทย์คือการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริง Lifelong learning ไม่ใช่การเรียนเพื่อสอบ แต่คือใจที่รู้ว่าตนเองไม่มีวันรู้ทุกสิ่ง และยังมีพื้นที่ให้เติบโตอยู่เสมอ”
พญ.ศุภานัน เจนธีรวงศ์
แพทย์เพิ่มพูนทักษะ รพ.พระนั่งเกล้า
นายกเครือข่ายแพทย์ยุคใหม่ประเทศไทย แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ
แพทย์เพิ่มพูนทักษะ รพ.พระนั่งเกล้า
นายกเครือข่ายแพทย์ยุคใหม่ประเทศไทย แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ
ข้อ 2 นักศึกษาคิดว่าอาจารย์ผู้สอนมีบทบาทที่ส่งผลต่อการพัฒนา lifelong learning ของนักศึกษาหรือไม่
ผู้ให้สัมภาษณ์ให้คำตอบอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าอาจารย์ผู้สอนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา Lifelong Learning ของนักศึกษา เพราะในการทำงานจริง สิ่งที่นักเรียนพบเจออาจจะไม่ตรงตามตำราที่ได้เล่าเรียนมา ดังนั้นผู้เรียนจึงต้องการคำชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สามารถนำความรู้ทั้งหมดมาเชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ได้ในแต่ละสถานการณ์
อาจารย์ที่ดีจะให้ความรู้ในลักษณะของการโค้ช กล่าวคือมีการกระตุ้นให้นักศึกษาได้ฝึกคิดผ่านคำถามมากกว่าการให้คำตอบตรง ๆ เพื่อให้นักเรียนฝึกทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ และเกิดความอยากรู้อยากเห็นจนนำไปค้นคว้าหาข้อมูลต่อด้วยตัวเอง นอกจากนี้การเปิดใจกว้างต่อแนวคิดใหม่ก็เป็นสิ่งสำคัญในการสอน เพราะสภาพแวดล้อมที่ดีจะทำให้ผู้เรียนรู้สึกปลอดภัยต่อการตั้งคำถามซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเรียนรู้ กล่าวได้ว่าตัวอาจารย์เองควรเป็นแบบอย่างของ lifelong learner ที่เห็นได้ชัดเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เรียนในการโตไปเป็นแพทย์ที่ดี
ในบริบทการเรียนรู้ระดับชั้นคลินิกมีการกล่าวถึงการ Reflection ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น Team-Based Learning, Bedside Teaching และ Ward Round เนื่องจากการเรียนกลุ่มย่อย นักศึกษาจะมีโอกาสได้แสดงทักษะความสามารถ โดยมีอาจารย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ฉะนั้นอาจารย์จะสามารถให้ feedback ได้ตรงจุดมากกว่าการเรียนในกลุ่มใหญ่ ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของรูปแบบการเรียนการสอน ผู้ออกแบบหลักสูตรจึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
“อาจารย์ที่เปิดพื้นที่ให้ตั้งคำถาม กระตุ้นกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล และให้คำแนะนำที่ชัดเจน จะช่วยจุดประกายให้นักศึกษารู้จักประเมินและพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง”
นศพ. พรมงคล รัตนศรัณย์
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม
“การมีอาจารย์เป็นผู้สังเกตการณ์ (Observer) คอยให้คำแนะนำอยู่ห่าง ๆ เปิดโอกาสให้นิสิตได้ลงมือทำด้วยตนเอง และพร้อมปรับบทบาทเป็นผู้ดำเนินกระบวนการ (Moderator) เมื่อเกิดอุปสรรค นับเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นิสิตกล้าทดลองและแสวงหาความรู้อย่างอิสระ”
นสพ.จีซู ยุน คำวิลัยศักดิ์
นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 2
คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 2
คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ข้อ 3 นักศึกษาเคยพบเจอลักษณะของอาจารย์ที่อาจเป็นอุปสรรคในการส่งเสริมการพัฒนา lifelong learning ในนักศึกษาหรือไม่ อย่างไร และควรมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง
จากคำตอบของผู้สัมภาษณ์ พบว่าอุปสรรคต่อการเรียนรู้แบบท่องจำซึ่งเกิดจากอาจารย์ที่ปิดโอกาสไม่ให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นหรือลองทำอะไรด้วยตัวเอง รวมถึงการตำหนิต่อว่านักเรียนด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว จนทำให้เกิดบรรยากาศตึงเครียดในห้องเรียน นักเรียนจึงไม่กล้าคิดและมีอคติต่ออาจารย์ท่านนั้น
ลักษณะหนึ่งที่ผู้ให้สัมภาษณ์หลายคนมีความเห็นตรงกันคือระดับความเชี่ยวชาญ โดยส่วนใหญ่อาจารย์ที่เก่งมักเป็น perfectionist หากนักเรียนปฏิบัติงานได้ดีและถูกต้องถึง 90% แต่ผู้สอนเหล่านี้จะมองเฉพาะข้อผิดพลาด 10% ที่เกิดขึ้น ทำให้นักเรียนรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะกลัวการจ้องจับผิดของอาจารย์ท่านนั้น อีกทั้งอัตตาก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางการเรียนรู้ อาจารย์บางท่านจะบังคับให้ผู้เรียนทำตามแนวทางของตนเอง โดยการอ้างอิงถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา
สำหรับแนวทางการปรับเปลี่ยนอาจารย์เหล่านี้ ผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงวิธีที่หลากหลาย ได้แก่ การพัฒนาทักษะการฟังโดยไม่ตัดสิน การยอมรับความหลากหลายทางความคิด การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การสอนที่ให้ผู้เรียนได้ฝึกคิด ส่งเสริมการเรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน และการเป็น role model ที่ดีของผู้สอน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้ว่าผู้เรียนมีความต้องการที่หลากหลายในการสอน ดังนั้นผู้พัฒนาหลักสูตรจึงควรเปิดโอกาสให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการออกแบบห้องเรียน
“อาจารย์เป็นเสมือนบุคคลต้นแบบ (Role Model) ของนักศึกษา การกล้าที่จะปฏิเสธว่า 'ไม่รู้' ในประเด็นที่ยังไม่มีข้อมูล แล้วร่วมเรียนรู้และสืบค้นคำตอบไปพร้อมกับนักศึกษา ถือเป็นการส่งเสริมบรรยากาศแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง”
นศพ.สรธร มีสมปราชญ์
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 4
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 4
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ข้อ 4 ในยุคที่ AI มีบทบาทในวงการศึกษามากขึ้น นักศึกษามองว่า บทบาทของอาจารย์ ยังมีความจำเป็นต่อการพัฒนา lifelong learning ของนักศึกษาอยู่หรือไม่
Artificial Intelligence (AI) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งการหาข้อมูลที่มีในอินเทอร์เน็ต สรุปเนื้อหาจำนวนมาก หรือการช่วยตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง การแสวงหาความรู้ในยุคนี้จึงเป็นเรื่องง่ายเมื่อเทียบกับสมัยก่อน นอกจากนี้ AI ไม่เคยตำหนิติเตียนนักศึกษา ทำให้ทุกคนหันมาพึ่งพา AI มากขึ้น
แม้ว่าผู้ให้สัมภาษณ์จะใช้ AI แต่สิ่งนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการสำหรับการทดแทนบทบาทของอาจารย์ ประเด็นสำคัญที่หลายคนพบเจอคือ AI hallucination กล่าวคือการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดหรือไม่ตรงประเด็น ฉะนั้นความเชี่ยวชาญของผู้สอนจึงมีความจำเป็นในการช่วยตรวจสอบความถูกต้องของ AI นอกจากนี้ AI ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้เรียนได้ อาจารย์จึงมีบทบาทสำคัญในการชี้แนะนักเรียนและปรับวิธีการสอนให้เหมาะสมต่อการเรียนรู้
สิ่งที่ผู้ให้สัมภาษณ์คาดหวังจากอาจารย์ คือการสอนให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่มีมาประยุกต์ใช้ได้ แม้ข้อความรู้ต่าง ๆ จะสามารถสืบค้นได้จาก AI แต่ในชีวิตจริงของการทำงาน ผู้ป่วยที่เจอมักจะไม่ได้มีอาการตรงตามตำราเรียน ประสบการณ์ของผู้สอนจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและไม่สามารถถูกทดแทนด้วยสิ่งใด ดังนั้นผู้สอนจึงเปรียบเสมือน facilitator ในการดูแลให้นักเรียนได้ลองผิดลองถูก จนกระทั่งสามารถสร้างองค์ความรู้ของตัวเองสำหรับการนำไปใช้จริงได้
“แม้ปัจจุบัน AI จะมีความแม่นยำสูงขึ้นมาก แต่ก็ยังคงเกิดภาวะ 'หลงผิด' (Hallucination) ได้เสมอ หากเราขาดทักษะในการประเมินและรู้ไม่เท่าทัน ก็อาจนำไปสู่การจดจำข้อมูลที่ผิดพลาดได้ การตรวจสอบข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม (Cross-Searching) ร่วมกับการสืบค้นจากแหล่งอ้างอิงต้นฉบับ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหานี้”
นศพ.ภูสุดา เถินมงคล
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
“อาจารย์คือหัวใจสำคัญในการสร้างทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ด้วยประสบการณ์จริงที่ช่วยชี้ประเด็นสำคัญและข้อจำกัดในโลกทำงาน แม้ AI จะทรงพลัง แต่ก็ขาดความเข้าใจในมนุษย์ ในยุคนี้ อาจารย์จึงควรปรับบทบาทสู่การเป็น 'ผู้ชี้แนะ' ที่คอยกระตุ้นการตั้งคำถาม สอนให้ประเมินข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ และถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อให้นักศึกษาสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือและพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว”
นศพ.วงศกร มาลาลักษมี
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ขอขอบคุณผู้ให้สัมภาษณ์

พญ.ศุภานัน เจนธีรวงศ์
แพทย์เพิ่มพูนทักษะ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

นศพ.พรมงคล รัตนศรัณย์
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม

นสพ.จีซู ยุน คำวิลัยศักดิ์
นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นศพ.สรธร มีสมปราชญ์
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 4 คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

นศพ.ภูสุดา เถินมงคล
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นศพ.วงศกร มาลาลักษมี
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
นพ. ธีระชัย แซ่ตั้ง
แพทย์ใช้ทุน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
email :








