- 01) Executive Talk: Promoting Lifelong Learning in Health Science Schools (10 views)
- 02) How to Promote Growth Mindset in Learners of Health Science Schools การส่งเสริมแนวคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) ในผู้เรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ (9 views)
- 03) Community of Practice (CoP) and Lifelong Learning in Health Science Education (5 views)
- 04) Grit and Resilience in Health Science Education ความมุมานะพยายามและความยืดหยุ่นในโรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ (6 views)
- 05) Continuing Professional Development (CPD) as Lifelong Learning in Health Science Education (10 views)
- 06) Message from Deputy Dean (8 views)
- 07) Students' Voice: Students’ View on Lifelong Learning (27 views)
- 08) เชิด-ชู: ผู้ได้รับรางวัล ครูแพทย์แห่งชาติ ประจำปี 2568 จากกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (5 views)
- 09) สับ สรรพ ศัพท์ : Conscientiousness, Infantilization, Attrition, Proactivity (9 views)
- 10) Education Movement: Practical Tips for Promoting Lifelong Learning in Health Science Schools (8 views)
- 11) SHEE Sharing: Medical Students’ Orientation Toward Lifelong Learning in an Outcome-Based Curriculum and the Lessons Learnt (7 views)
- 12) SHEE Research: Reflective Diaries as Data Collection Instruments in Health Science Education Research (6 views)
- 13) Click&Go with Technology: Using Gemini to Reflect Lifelong Learning Processes (8 views)
12
SHEE Research: Reflective Diaries as Data Collection Instruments in Health Science Education Research
ผู้ช่วยอาจารย์
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (SHEE)
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

- บันทึกสะท้อนคิดในหลายกรณีใช้จำนวนผู้เก็บข้อมูลน้อยกว่าเครื่องมืออื่น เนื่องจากผู้เข้าร่วมวิจัยสามารถให้ข้อมูลด้วยการบันทึกด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องอาศัยผู้สัมภาษณ์ หรือผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์รายอื่นในกรณีการสัมภาษณ์แบบกลุ่ม (focus group) ทำให้เก็บข้อมูลวิจัยได้สะดวกยิ่งขึ้น เมื่อคณะวิจัยไม่จำเป็นต้องนัดหมายผู้สัมภาษณ์หรือผู้เก็บข้อมูลรายอื่นเพื่อหาเวลาให้พบตรงกัน
- วิธีเก็บข้อมูลเหมาะสำหรับข้อมูลเชิงลึกที่มีความอ่อนไหวหรือเป็นความลับ เมื่อผู้เข้าร่วมวิจัยไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลผ่านการให้สัมภาษณ์แก่บุคคลอื่น และสามารถให้ข้อมูลผ่านการบันทึกในสถานที่รโหฐาน ในสถานการณ์ที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวสูง ผู้เข้าร่วมวิจัยอาจให้ข้อมูลผ่านบันทึกที่มีทั้งปริมาณและความลึกมากกว่าการให้สัมภาษณ์หรือตอบแบบสอบถาม รวมถึงอาจรู้สึกสะดวกใจที่จะให้ข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น ความลับ ความตาย หรือค่านิยมที่ขัดต่อจารีตประเพณีของสังคม เป็นต้น
- ธรรมชาติของบันทึกสะท้อนคิดให้เห็นความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของผู้เข้าร่วมวิจัยตามกาลเวลา ผู้วิจัยมักขอให้ผู้เข้าร่วมวิจัยทำบันทึกสะท้อนคิดมากกว่าหนึ่งครั้ง การเก็บข้อมูลเช่นนี้จึงเหมาะกับการวิจัยระยะยาว (longitudinal study) ที่ทำให้ผู้วิจัยได้ข้อมูลที่มีความลึกซึ้งและสะท้อนภาพของความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
- การสร้างบันทึกสะท้อนคิดในปัจจุบันทำได้หลายวิธี แม้ต้นกำเนิดและวิธีที่เป็นที่นิยมมากที่สุดจะเป็นการเขียน ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีปัจจุบันก็ทำให้นักวิจัยสามารถรับบันทึกสะท้อนคิดจากผู้เข้าร่วมวิจัยได้หลากหลายรูปแบบ เช่น บันทึกสะท้อนคิดแบบเสียง (audio diary) อย่างในบทความวิจัยของวิจเบนกาและคณะ บันทึกสะท้อนคิดแบบวิดีโอ (video diary) หรือกระทั่งบันทึกสะท้อนคิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ รวบรวมบนกระดานสนทนาออนไลน์ เป็นต้น โดยรูปแบบที่หลากหลายนี้เองก็อาจทำให้ผู้วิจัยได้รับข้อมูลที่สื่อความมากกว่าตัวหนังสือ เช่น น้ำเสียง สีหน้าของผู้บันทึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบันทึกสะท้อนคิดด้วยเสียง เป็นวิธีที่นักวิจัยหลายคนเชื่อว่าส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมวิจัยที่บันทึกให้ข้อมูลตามความรู้สึกนึกคิด ณ ขณะนั้นที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยกว่าการเขียนได้ด้วย
- ผู้วิจัยจำเป็นต้องวางแผนการวิจัยให้สอดคล้องกับเวลาการวิจัยที่เหมาะสม เแม้การใช้บันทึกสะท้อนคิดจะมีจุดเด่นที่เหมาะสมกับการทำวิจัยระยะยาว แต่ผู้วิจัยทุกคนย่อมมีเวลาจำกัด การวิจัยที่ดีจึงไม่เท่ากับการทำวิจัยที่ยาวนานโดยไม่มีเหตุอันสมควร แต่เป็นการทำวิจัยที่ผู้วิจัยได้ข้อมูลที่สามารถนำมาสรุปได้ดีที่สุดภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด นับเป็นการใช้ทรัพยากรเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้วิจัยที่ต้องการใช้บันทึกสะท้อนคิดจึงจำเป็นต้องวางแผนการวิจัยของตนเอง และสรุปกับตนเองก่อนให้ได้ว่าการวิจัยเป็นรูปแบบใด และมีพื้นฐานมาจากหลักปรัชญาทางการวิจัยแบบใด เพราะปรัชญา ระเบียบวิธี และเป้าหมายทางการวิจัยแต่ละแบบย่อมใช้เวลาในการวิจัยแตกต่างกัน เช่น การวิจัยเชิงคุณภาพแบบทฤษฎีฐานราก (grounded theory) ย่อมแตกต่างจากงานวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยา (phenomenology) และอาจจะใช้จำนวนบันทึกสะท้อนคิดมากน้อยต่างกันเพื่อเก็บข้อมูล
- ผู้วิจัยจำเป็นต้องกำหนดจำนวน ความถี่ และรูปแบบการทำบันทึกสะท้อนคิดที่ชัดเจน สืบเนื่องจากข้อคำนึงข้างต้น เมื่อผู้วิจัยต้องการใช้บันทึกสะท้อนคิดเพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงทางประสบการณ์ มุมมอง ความรู้สึกของผู้เข้าร่วมวิจัย และสามารถระบุหลักปรัชญากับระเบียบวิธีการวิจัยที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่ผู้วิจัยคาคว่าจะได้เห็นแล้ว ผู้วิจัยก็จะต้องกำหนดจำนวนที่ผู้เข้าร่วมวิจัยต้องทำบันทึกสะท้อนคิดให้มากพอที่จะทำให้ความเปลี่ยนแปลงที่ต้องการศึกษาเกิดขึ้นและถูกบันทึกเอาไว้เป็นหลักฐานได้ ทั้งยังต้องมีความถี่พอเหมาะที่จะทำให้ศึกษาความเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างถูกต้องแม่นยำ รวมถึงมีความสอดคล้องเหมาะสมกับงบประมาณและทรัพยากรของคณะวิจัย ไม่น้อยเกินไปจนไม่สามารถเก็บข้อมูลที่สร้างข้อสรุปอันมีน้ำหนักได้ แต่ก็ไม่มากจนต้องใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น นอกจากนี้ วิธีการทำบันทึกที่เหมาะสมกับข้อมูลที่ต้องการ และความสะดวกของทั้งผู้บันทึกและผู้วิจัย เช่น ผู้บันทึกอาจชอบเล่าประสบการณ์ปากเปล่ามากกว่าจดบันทึก ผู้วิจัยก็อาจพิจารณาให้ผู้เข้าร่วมวิจัยทำบันทึกสะท้อนคิดแบบอัดเสียง แต่ผู้เข้าร่วมวิจัยก็จะต้องเตรียมไฟล์เสียงที่มีคุณภาพ ไม่อัดบันทึกในสถานที่ที่มีเสียงรบกวนซึ่งอาจทำให้ผู้วิจัยถอดคำพูดจากไฟล์เสียงลำบากขึ้นด้วย
- ผู้บันทึกต้องอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมวิจัย และคอยสนับสนุนให้เกิดบันทึกสะท้อนคิดที่มีคุณภาพ การทำบันทึกสะท้อนคิดเป็นวิธีเก็บข้อมูลวิจัยที่ต้องใช้เวลา แรงกาย และแรงใจจำนวนมากพอสมควรจากทั้งผู้เข้าร่วมวิจัยและผู้วิจัย เมื่อผู้เข้าร่วมวิจัยได้รับมอบหมายให้สร้างบันทึกสะท้อนคิดแล้ว ผู้วิจัยควรให้ความช่วยเหลือพวกเขาตลอดการวิจัยผ่านหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำระบบแจ้งเตือนให้ผู้เข้าร่วมวิจัยบันทึกสะท้อนคิดภายในเวลาที่กำหนด การกำหนดโจทย์ หรือแนวทางการทำบันทึกให้ผู้เข้าร่วมวิจัยเข้าใจจุดประสงค์และให้ข้อมูลอย่างตรงประเด็นมากขึ้น รวมถึงการสนับสนุน และอำนวยความสะดวกด้านอื่น ๆ ให้เหมาะสมแก่ผู้เข้าร่วมวิจัยที่ยินยอมสละเวลาและความทุ่มเทเพื่อให้ข้อมูล
- ผู้วิจัยควรยึดถือและคำนึงถึงหลักจริยธรรม ผู้วิจัยควรปฏิบัติตามหลักจริยธรรมไม่ต่างไปจากการวิจัยประเภทอื่น ในกรณีการใช้บันทึกสะท้อนคิดที่เอื้อหนุนให้ผู้เข้าร่วมวิจัยให้ข้อมูลที่มีความลุ่มลึกและอ่อนไหวได้มาก ผู้วิจัยก็ยิ่งต้องระมัดระวังและดำเนินการวิจัยโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมวิจัยมากขึ้น เช่น การเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมวิจัยถอนตัวได้ทุกเมื่อ หากความยินยอมให้ข้อมูลที่มีความอ่อนไหวของเขาหรือเธอเปลี่ยนแปลงไประหว่างดำเนินการวิจัย การปกปิดความลับ การลบสิ่งบ่งชี้ระบุตัวตนของผู้เข้าร่วมวิจัยเมื่อนำเสนอข้อมูลในบทความวิจัย ฯลฯ
- การวิเคราะห์ข้อมูลจากบันทึกสะท้อนคิดยังต้องใช้ระเบียบวิธีที่สื่อถึงความน่าเชื่อถือทางด้านการวิจัย เช่นเดียวกับเครื่องมือเก็บข้อมูลทางการวิจัยประเภทอื่น แม้ผู้เข้าร่วมวิจัยมีสิทธิสร้างบันทึกสะท้อนคิดในสถานที่ที่ปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัว ข้อมูลที่ผู้วิจัยได้รับก็อาจจะยังไม่ปราศจากภัยคุกคามต่อความน่าเชื่อถือต่าง ๆ เช่น อคติจากความต้องการทางสังคม หรือ Social Desirability Bias ที่ผู้เขียนเคยกล่าวถึงใน SHEE Journal ฉบับก่อน หากผู้เข้าร่วมวิจัยยังรู้สึกต้องการเป็นที่ยอมรับของสังคม (หรือผู้วิจัย) เขาหรือเธอก็อาจจะสร้างบันทึกสะท้อนคิดที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงทั้งหมด แต่เสริมแต่งบิดเบือนเรื่องราวบ้างเพื่อให้ดูดีและเป็นที่ยอมรับของสังคมมากขึ้น ไม่ต่างไปจากการตอบแบบสอบถามหรือให้การสัมภาษณ์ มาตรการและข้อควรคำนึงเพื่อลดอคติและภัยคุกคามต่อความน่าเชื่อถือต่าง ๆ จึงยังจำเป็นแม้กระทั่งกับการใช้บันทึกสะท้อนคิด
References
1. Cercato MC, Onesti CE, Vari S, Maggi G, Faltyn W, Ceddia S, et al. Narrative Medicine: A Digital Diary in the Management of Patients with Bone and Soft Tissue Sarcoma-A Multidisciplinary Pilot Study. J Clin Med. 2023 Nov 21;12(23):7218. doi:10.3390/jcm12237218
2. Wijbenga MH, Teunissen PW, Ramaekers SPJ, Driessen EW, Duvivier RJ. Initiation of student participation in practice: An audio diary study of international clinical placements. Med Teach. 2021 May;43(5):581-7. doi:10.1080/0142159X.2021.1921133
3. Stephens GC, Ottrey E, Matthews K. A practical guide to using diary methods in qualitative research. Anat Sci Educ. 2026 Feb;19(2):231-41. doi:10.1002/ase.70102
4. Autjanakitti C. Medical narrative and parallel chart [Internet]. Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre. 2021 [cited 2026 Sep 16]. Available from: https://www.sac.or.th/portal/th/article/detail/466
ดร.พีรดา งามเสน่ห์
ผู้ช่วยอาจารย์ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (SHEE)
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
email : peerada.nga@mahidol.ac.th










