- 01) Executive Talk: Promoting Lifelong Learning in Health Science Schools (10 views)
- 02) How to Promote Growth Mindset in Learners of Health Science Schools การส่งเสริมแนวคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) ในผู้เรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ (9 views)
- 03) Community of Practice (CoP) and Lifelong Learning in Health Science Education (5 views)
- 04) Grit and Resilience in Health Science Education ความมุมานะพยายามและความยืดหยุ่นในโรงเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ (6 views)
- 05) Continuing Professional Development (CPD) as Lifelong Learning in Health Science Education (10 views)
- 06) Message from Deputy Dean (8 views)
- 07) Students' Voice: Students’ View on Lifelong Learning (27 views)
- 08) เชิด-ชู: ผู้ได้รับรางวัล ครูแพทย์แห่งชาติ ประจำปี 2568 จากกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (5 views)
- 09) สับ สรรพ ศัพท์ : Conscientiousness, Infantilization, Attrition, Proactivity (9 views)
- 10) Education Movement: Practical Tips for Promoting Lifelong Learning in Health Science Schools (8 views)
- 11) SHEE Sharing: Medical Students’ Orientation Toward Lifelong Learning in an Outcome-Based Curriculum and the Lessons Learnt (7 views)
- 12) SHEE Research: Reflective Diaries as Data Collection Instruments in Health Science Education Research (6 views)
- 13) Click&Go with Technology: Using Gemini to Reflect Lifelong Learning Processes (8 views)
09
สับ สรรพ ศัพท์ : Conscientiousness, Infantilization, Attrition, Proactivity
แพทย์ใช้ทุน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

1. Conscientiousness
- ชี้ให้ผู้เรียนเห็นว่าพฤติกรรมเล็ก ๆ อย่างการส่งงานตรงเวลาและการติดตามผลการรักษา ไม่ใช่เรื่องยิบย่อย แต่เป็นการฝึกคุณลักษณะเดียวกับที่วิชาชีพต้องการเมื่อต้องดูแลผู้ป่วยจริง
- ฝึกการกำกับตนเองผ่านการให้ผู้เรียนตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ของตนเองก่อนเริ่ม rotation แล้วทบทวนร่วมกับอาจารย์เมื่อจบ
- เมื่อพบผู้เรียนที่พฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางลบ ให้เข้าไปพูดคุยเพื่อค้นหาสาเหตุก่อนตัดสิน เพราะบ่อยครั้งเป็นปัญหาสุขภาพจิตหรือปัญหาส่วนตัว มากกว่าการขาดความรับผิดชอบ
- ทบทวนกฎระเบียบที่มีอยู่ โดยสามารถผ่อนคลายบางข้อที่อาจจำกัดการฝึกตัดสินใจด้วยตัวเองของนักศึกษาแพทย์โดยตั้งอยู่บนความปลอดภัยของผู้ป่วย
- ขยายขอบเขตความรับผิดชอบให้ผู้เรียนแบบค่อยเป็นค่อยไปตามชั้นปี โดยระบุให้ชัดว่าเรื่องใดตัดสินใจเองได้ เรื่องใดต้องมีผู้ควบคุม และเรื่องใดยังทำไม่ได้
- เมื่อผู้เรียนถามคำถาม ให้ตอบด้วยการชวนคิดก่อนให้คำตอบ เพื่อฝึกกระบวนการตัดสินใจ ไม่ใช่ฝึกการรอคำสั่ง
- เชื่อมโยงข้อมูลข้ามรายวิชา เพราะสัญญาณจากรายวิชาเดียวมักเบาเกินกว่าจะสังเกตเห็น แต่เมื่อรวมทั้งชั้นปีจะเห็นรูปแบบชัดเจน
- ใช้สัญญาณเตือน เช่น การขาดเรียน การไม่ส่งงาน และการถอนตัวจากกิจกรรมกลุ่ม เป็นตัวกระตุ้นให้อาจารย์ที่ปรึกษาเข้าไปพูดคุย ไม่ใช่เพียงบันทึกไว้เป็นคะแนน
- สื่อสารให้ชัดว่าการเข้ารับบริการด้านสุขภาพจิตไม่ส่งผลต่อการประเมินผลการศึกษา เพราะผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดมักไม่กล้ามาขอ
- จัดให้มีการสัมภาษณ์เมื่อผู้เรียนออกจากหลักสูตร แล้วนำข้อมูลกลับมาใช้พัฒนาหลักสูตร
- สร้างบรรยากาศที่การถามและการขอ feedback ไม่ถูกตีความว่าเป็นความอ่อนแอ เพราะหากผู้เรียนกลัวว่าจะถูกตัดสิน พฤติกรรมเชิงรุกจะไม่เกิดขึ้นไม่ว่าจะกระตุ้นอย่างไร
- เปลี่ยนบทบาทในการให้ feedback ให้ผู้เรียนเป็นผู้เปิดบทสนทนา เช่น เริ่มจากการถามว่าอยากได้ feedback เรื่องใดก่อน แทนที่อาจารย์จะเป็นฝ่ายบอกทั้งหมด
- ให้ผู้เรียนจัดทำแผนการเรียนรู้ของตนเองก่อนเริ่ม rotation แล้วใช้แผนนั้นเป็นวาระในการพบอาจารย์ที่ปรึกษา
- อาจารย์เป็นแบบอย่างด้วยการขอ feedback จากผู้เรียนอย่างเปิดเผย เพราะการเป็นแบบอย่างเป็นกลไกส่งผ่านพฤติกรรมที่ทรงพลังที่สุดในสิ่งแวดล้อมทางคลินิก
References
1. Slavin RE. Educational psychology: theory and practice. 12th ed. New York: Pearson; 2018.
2. Feldman RS. Understanding psychology. 12th ed. New York: McGraw-Hill Education; 2015.
3. Martínez-Fernández AE, Canul-Medina G. Infantilization in medical students: a challenge for higher education. Investig Educ Med. 2025 Sep;14(55):131-2.
4. Parker SK, Bindl UK, Strauss K. Making things happen: a model of proactive motivation. J Manage. 2010 Jul;36(4):827-56.
นพ.ชญานนท์ ลือชาพุฒิพร
แพทย์ใช้ทุน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
email :











